Canon Shop Story EP02 แบบร่างแรก
ภาพรวมของโชว์รูม
ถูกออกแบบมาโดยคงพื้นหินขัดเดิมไว้
เพิ่มเคาท์เตอร์กลางเสา
เพื่อจัดวางสินค้า
ชั้นวางจะเป็น
2 ชั้น
ชั้นบนวางสินค้า
ชั้นด้านล่างวางแคตตาล็อคได้
ส่วนตรงกลาง
มีชั้นที่ติดกับต้นเสา
วางแผนว่าจะวางโปรเจคเตอร์
และกลางร้านไม่มีชั้นวางอะไร
เวลาใช้งานจะวางโดยใช้บูธกระดาษแทน
ซึ่งเดิมใช้อยู่แล้ว
ทางฝั่งขวาลงชุดโซฟา
สำหรับลูกค้าพักคอย
ผนังก่อไม้อัดสุดทำชั้นโชว์สินค้า
อาจจะวางเป็นโปรเจคเตอร์
หรือพรินเตอร์ดูอีกที
ฝั่งซ้ายตู้กล้องชุดเดิม
แต่จะก่อผนังเฉียงขึ้นมา
เพื่อวางตู้กล้องเอียงออกมารับตาลูกค้าเหมือนในภาพ
ด้านบนสีเขียว
ทางคนออกแบบใส่มาให้ดูก่อนว่าอาจจะเป็นอะไรก็ได้
ซึ่งดูพิลึกหน่อย
แต่เป็นเพียงร่างแรก
รูปพระก็เป็นภาพพระเดิมที่ทางร้านติดไว้เพื่อเป็นสิริมงคล
ในส่วนเคาเตอร์รับลูกค้าด้านในจัดเป็นช่อง
ๆ เก้าอี้เปลี่ยนใหม่ยกชุด
ผนังลึกสุดติดเป็นชั้นสำหรับวางสินค้า โดยรื้อตู้เดิมออก
แอร์ยังอยู่เหมือนเดิมที่กลางผนังด้านหลัง
ส่วนตู้กระจกด้านหลังตรงกลางก็ใช้ตู้เดิม
แต่ทำคิ้วแดงเพื่อทำให้ตู้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น
ส่วนตู้กล้องใช้ชุดเดิมที่มีอยู่ ซึ่งเป็นตู้ที่ทางแคนนอนให้มาซักพักแล้ว
จากครั้งแรกที่ทางบริษัทออกแบบส่งมาให้
ไม่ค่อยถูกใจเท่าที่ควร
สิ่งที่สำคัญคือโทนสีที่ดูรุนแรงเกินไป ไม่ค่อยเป็นมิตร
ขณะที่โต๊ะรับลูกค้าที่ออกมาเป็นลักษณะเคาน์เตอร์ธนาคาร
ดูไม่ค่อยเหมาะกับเราที่ทำงานขายแบบนาน ๆ
รวมทั้งส่วนพื้นที่เป็นหินขัดก็ดูไม่ค่อยทันสมัย
ไม่เข้ากับดีไซน์ใหม่ของทางร้าน
รายละเอียดการปรับปรุงถูกส่งไปยังคุณยอด
ซึ่งเป็นผู้ออกแบบโครงการ แล้วคุณยอดจึงส่งแบบร่างที่ 2
มาให้ทาง E-mail
To be Continue...
Canon Shop Story EP01 จุดเร่ิมต้น
และด้วยที่ล้ำฟ้าจำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสาร Canon แบบ Exclusive เพียงแบรนด์เดียว ทำให้ทางแคนนอนจะสนับสนุนการปรับปรุงทั้งโชว์รูมให้ ที่คุยกันในทีแรกน่าจะราว ๆ ต้นปี 2550 พอมากลางปีทาง Canon จัดสรรงบประมาณได้ ก็เริ่มคัดเลือกบริษัทที่จะทำ ในที่สุดได้ข้อสรุปเป็นบริษัท Unity Design ที่จะมาดูแลให้ ทางบริษัทออกแบบตกแต่งก็เข้ามาเริ่มวัดสถานที่ และออกแบบเบื้องต้นออกมา
ในต้นแบบทีแรกแล้วนั้น จะคงพื้นที่เป็นลายหินขัดเดิมไว้เพื่อประหยัดงบ เปลี่ยนชุดเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ส่วนเสากลางร้านจัด Display เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ โดยจัดเป็นชั้นโชว์วงกลมรอบ ส่วนชุดตู้กล้องนั้นใช้ชุดเดิมที่ทางแคนนอนเคยส่งมาให้เมื่อปลายปี 2549 ซึ่งยังดูทันสมัยดีมากอยู่ ส่วนฟังก์ชั่นการทำงานยังคงคล้าย ๆ เดิม ตำแหน่งนั่งเพื่อรับลูกค้ายังเหมือนเดิม
โทนสีที่ทางแคนนอนและเราเลือก เบื้องต้นคือ ขาว แดง ซึ่งนอกจากจะเป็นสีของแคนนอนแล้ว ยังเป็นสีที่ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง และมองดูโดดเด่น ดู ๆ แล้วในอุบลฯยังไม่มีใครใช้อย่างจริงจังด้วย ดังนั้นส่วนของสีนั้นเลือกไม่ยากนัก
พอได้คอนเซ็ปต์คร่าว ๆ ดังนี้ทาง Unity ใช้เวลาราว 1 เดือนก็ได้แบบร่างแรกออกมา
โปรดติดตามตอนต่อไป...
กันสาด
ตอนนี้งานที่ยังไม่เรียบร้อยหลัก ๆ ก็เห็นจะเป็นกันสาดด้านหน้าที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเป็นโครงเหล็กสาน ยึดกับตัวอาคารด้านใน ทอดยาวไปคลุมบริเวณฟุตบาทด้านหน้า วัสดุปิดด้านล่างเป็นแผ่น Aluminum Composite ตามสมัยนิยม แต่ทางร้านเลือกเป็นสีขาวแทนสีเงินที่นิยมกัน เพราะเราวางคอนเซ็ปต์งานว่าต้องออกมาเป็นมิตร ดูอบอุ่น มีความเป็นบ้านมากหน่อย ส่วนด้านบนปิดด้วย Metal Sheet หน้าตาคล้าย ๆ แผ่นสังกะสีสมัยก่อน แต่ทนทานกว่า
เมื่อวันก่อนปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเรากำลังหุ้มส่วนปลายของกันสาด โดยเราใช้วิธีพับแผ่น Aluminum หักเป็นกล่องเพื่อครอบ แต่ด้วยพื้นที่กันสาดเราเฉียงตามถนน ทำให้เมื่อมองตรง ๆ แล้วแผ่น Aluminum เอียงไปเอียงมา ดูไม่สวย ดังนั้นเราจึงตัดสินใจไม่พับแผ่น Aluminum แล้วใช้ติดแยกชิ้น ด้านล่าง ด้านหน้า และด้านบนแทน หลังจากนั้นจะทำการปิดรอยต่อระหว่างแผ่นด้วย อะลูมิเนียมพ่นสี เพื่อป้องกันน้ำไหลกลับเข้าไปด้านใดกันสาด
หากเรายอมให้แผ่น Aluminum ออกมาเอียงแล้ว งานคงเสร็จไปตั้งแต่วันก่อน แต่เรายอมรื้อออก ตัดใหม่ เพื่อให้งานออกมาเนี้ยบที่สุด เพราะที่นี่เป็นร้านของเรา เป็นบ้านของเรา ไม่ได้เช่าใครเขา ต้องทำให้ดี เพราะจะใช้อีกเป็น 10 ปี ดังนั้นช้าไปหน่อย เราก็ยอม