ทิปภูสอยดาว

  1. ภูสอยดาวอยู่จังหวัดอุตรดิตถ์ การเดินทางไปค่อนข้างยาก แนะนำคือแบบแรก ไปกับทัวร์ แบบที่สอง นั่งรถทัวร์ไปลงพิษณุโลก ต่อรถจากพิษณุโลกไปชาติตระการ แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์ไปตลาดชาติตระการ แล้วต่อสองแถวไปที่ที่ทำการอุทยาน จากนั้นเดินต่ออีกกิโลกว่าก็ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แบบที่สาม ไปให้ถึงพิษณุโลกแล้วเหมารถไปกลับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเลย สนนราคาราว 2000 บาท
  2. เวลาไปแนะนำเดือนสิงหาคม-กันยายน เพราะดอกหงอนนาคที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่กำลังบานกันสะพรั่งภู หากไปตุลาคมก็พอจะทันแต่ดอกจะเริ่มโรยลงบ้างแล้ว ส่วนเดือนอื่นขึ้นได้แต่ไม่ได้ดูทุ่งดอกไม้
  3. ดังนั้นเดือนแนะนำคือหน้าฝน ดังนั้นถ้าจะไปตามฤดูก็ต้องเตรียมตัวเรื่องฝนให้ดี แพ็คของใส่ถุงแล้วใส่ลงในกระเป๋าอีกที อย่าห่อกระเป๋าด้วยถุงดำ เพราะมันขาดง่าย และอย่าไปหวังกับ Cover ห่อกระเป๋าที่อยู่ก้นกระเป๋าบางรุ่น เพราะมันกันละอองฝนได้ แต่เจอหนัก ๆ ก็เละอยู่ดี เตรียมร่มและเสื้อกันฝนให้พร้อม เต๊นท์ต้องมีฟลายชีทคุมอีกที
  4. กรณีไปหน้าฝน กางเต๊นท์ต้องขุดคลองรอบระบายน้ำออก กางฟลายชีทคลุมเหนือเต๊นท์อีกชั้น รวมถึงควรจะมีที่รองนอนเพราะอากาศช่วงหน้าฝนจะเย็น
  5. การขึ้นภูต้องเดินขึ้นระยะทางราว 6.5 กม. ใช้ระยะเวลาเดินราว ๆ 4-6 ชม. แล้วแต่ความฟิต ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนขึ้นไหวแน่นอน ข้าวของมีลูกหาบบริการ คิดกิโลละ 15 บาท หรือใครจะลองหอบเองก็ต้องเผื่อเวลาเดินเพิ่มอีกหน่อย เพราะทางโหดพอดู และต้องเตรียมน้ำและข้าวกล่องติดตัวขึ้นไประหว่างเดินด้วย(ข้าวกล่องซื้อได้ที่ร้านขายข้าวก่อนขึ้นภู) เพราะที่นี่ระหว่างทางเดินขึ้นภูไม่มีของขาย
  6. ถ้าไม่ได้เตรียมของมาให้ติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเดินขึ้น เค้ามีบริการให้เช่าของต่าง ๆ และเช็คได้ว่าบนภูมีของที่เราต้องใช้หรือไม่เพื่อความชัวร์ แต่ถ้าจะให้ดีเตรียมไปเองดีกว่า โดยเฉพาะของกินเนื่องจากบนภูไม่มีของกินขาย ต้องขนขึ้นไปทำเองทุกอย่าง กรณีเลวร้ายขึ้นไปแล้วโดยไม่ได้เตรียมอะไรขึ้นไปเลย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บนภูโดยด่วน เค้าจะให้ลูกหาบหอบของที่จำเป็นขึ้นมาส่งได้ ส่วนเรื่องอาหารการกินเจ้าหน้าที่ขอร้องว่าอย่าเป็นหมูกระทะหรือบาบีคิว เพราะความมันจะทำลายธรรมชาติ อยู่ป่าอย่าทำของกินเอิกเริกเกินเหตุ
  7. บนภูไม่มีไฟฟ้า เตรียมไฟฉายให้พร้อม และเตรียมตะเกียงหากไปกันหลายคน ดังนั้นอุปกรณ์ที่ต้องชาร์จไฟ เช่นกล้องให้เตรียมแบตไปให้พอใช้  บนภูไม่มีน้ำ แม้จะมีห้องน้ำให้แต่ไม่มีน้ำต้องหอบน้ำจากลำธารไปใช้ (ไม่ไกล อยู่ติด ๆ กัน) ดังนั้นเตรียมถังกับขันไปเองจะสะดวก แต่หากไม่มีติดตัวไป สามารถเช่าที่ที่ทำการบนภูได้ อย่างไรก็ดีป้องกันการขาดแคลน เตรียมไปเองน่าจะปลอดภัยกว่า
  8. บนภูที่บริเวณกางเต๊นท์ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่ว่าค่ายไหน หากต้องการใช้โทรศัพท์ต้องเดินจากบริเวณกางเต๊นท์ไปแถว ๆ หมุดเขตแดน(น่าจะราว ๆ กิโลกว่า ๆ ไม่แน่ใจ) Dtac และ AIS จะมีสัญญาณนิดหน่อย หรือที่บนจุดชมวิว บนนั้น Dtac เต็ม (AIS ไม่แน่ใจ) แต่บางทีสัญญาณวูบ ๆ ติดเป็นช่วง ๆ ให้ลุ้นกันขำ ๆ
  9. ที่เที่ยวแนะนำคือ ดูทุ่งหงอนนาค(อันนี้สวย), ไปดูหมุดเขตแดน(ภาคบังคับเดี๋ยวอายเพื่อน แต่จริง ๆ ไม่ค่อยมีอะไร), ไปจุดชมวิวที่ห่างจากจุดสมรภูมิร่มเกล้า 800 เมตร (พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แนะนำช่วงเย็น ๆ ซัก 4-5 โมง), จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก(ที่นี่ไม่มีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น), น้ำตกสายทิพย์ น้ำตกหลุมพบ (ถ้าอยากดูจนครบต้องลงทางที่ไม่ใช่ทางปกติ ต้องให้เจ้าหน้าที่พาไป ติดต่อได้ ถ้าจำไม่ผิดไม่คิดตังค์นะ), จุดสูงสุดของภู 2,102 เมตร เดินไปกลับได้ใช้เวลาทั้งวันบวกความฟิต หากเป็นช่วงหน้าฝน เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตเพราะอันตราย ใครต้องการขึ้นจริง ๆ ต้องเช็คกับทางอุทยานก่อนไปจะดีกว่า
  10. ขากลับลงเดินกลับทางเก่าใช้เวลาราว ๆ 2 -2.5 ชม. ก็น่าจะถึงพื้นโลก และคงต้องปวดหัวเข่าแบบเลี่ยงไม่ได้ เตรียมยานวดไว้ได้เลย ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีไปรษณียบัตรขาย ซึ่งค่อนข้างสวยและคุณภาพดี (แนะนำให้ซื้อถือขึ้นไปเขียนบนภูจะได้ฟีลมาก) เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวรับส่งไปรษณียบัตรด้วย คิดค่าส่งใบละ 10 บาท

การเดินทางของเพลงได้ใจ Dr.Fuu

เรื่องเริ่มต้นขึ้นตอนเรียนธรรมศาสตร์ โดยมี นาค(ร้องนำ แต่งเพลง) ยอร์ช(กลอง) ตูน(กีตาร์) ฐิ(เบส) ในชื่อวงซีอุย(กรณีเล่นแนวโหด) และโยเกิร์ต(ในกรณีเล่นแนวตลาด) อ่านเรื่องราวของวงในความทรงจำผมได้จากที่ ปิดตำนานซีอุย

วันนี้ไอ้นาคโทรมาบอกให้ฟังเพลงได้ใจ ของ Dr.Fuu ซึ่งเป็นเพลงที่เหมือนกับเพลงที่นาคแต่งสมัยเรียน และพวกเราเล่นกันในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่คล้าย ๆ แต่เหมือนกันชนิดคำต่อคำ (เพลงนี้เล่นคู่ ๆ กับเพลงปอดบวมในตำนาน บังเอิญเพลงปอดบวมดังกว่า คนเลยอาจจำเพลงนี้ไม่ได้ เอิ๊ก) ถ้าจำไม่ผิดนาคแต่งตอนเลิกกับน้องหน้าขาวหน้าตาสวย ๆ คนนั้นหรือเปล่าหว่า ไม่แน่ใจ

พอเปิดฟังก็ตกใจ เออ นี่มันเพลงของพวกเรานี่ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าดีใจหรือเสียใจ ออกไปทางงง ๆ มากกว่า พอคุยกับนาค นาคบอกว่าหลังจากพวกเราแยกวง เรียนจบแยกย้ายกันไป ตูน(มือกีตาร์) ซึ่งตอนนั้นซิ่วไปม.บู ก็ฟอร์มวงใหม่ชื่อ I Have a Car ในมหาวิทยาลัย และเอาเพลงนี้ไปเล่น โดยใช้ชื่อ Fuck (ถ้าจำไม่ผิด ชื่อเพลงเป็นชื่อที่นาคตั้งมั้ง) แล้ววง I Have a Car ดูเหมือนจะมีทำ CD  รวมเพลงขายกันเองกับวง Playground ด้วย (ในแผ่นนั้นมีเพลงของทั้ง 2 วง) แล้วปรากฎว่าเพลง Fuck ใน CD แผ่นนั้นดังพอสมควร (นาคคุยว่าติดชาร์ทของวิทยุชื่อซันชายน์ ซึ่งเป็นวิทยุท้องถิ่นที่นั่น) แล้วท้ายที่สุดเพลงนี้ก็เงียบหายไปตามกาลเวลา รวม ๆ ตั้งแต่แต่งมาร้องมาเล่นกันก็น่าจะราว ๆ  10 ปีเห็นจะได้แล้ว

วันนี้เรานั่งหัวเราะกันทางโทรศัพท์ ว่าเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นกับเราจนได้ สิ่งที่น่าตลกคือ เพลงเราได้ออกเทป แม้จะช้าไปราว ๆ 10 ปี

อยากให้เพื่อน ๆ ธรรมศาสตร์ลองค้น ๆ มาฟังกันดู อยากรู้เหมือนกันว่าจะมีใครคุ้น ๆ ไหม

District 9 :: มนุษย์ต่างด้าว

หลังจากถูกวางตัวให้กำกับโปรเจ็คหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Halo โดยมี Peter jackson เป็นคนโปรดิวซ์ให้ ทุกคนก็พุ่งความสนใจไปยังผู้กำกับหนังหน้าใหม่ Neill Blomkamp กันใหญ่ แต่หลังโปรเจ็คถูกพับไม่มีกำหนด Neill จึงได้รับอนุญาตให้เอาหนังมนุษย์ต่างดาวที่เคยเป็นหนังสั้นมาพัฒนาต่อจนกลายเป็น District 9

ในแง่ของผู้กำกับหน้าใหม่ที่ต้องมาดูแลงานสร้างขนาดนี้นับว่าเสี่ยงไม่เบา อย่างไรก็ดี Neill ก็แสดงให้เห็นว่าเอาอยู่ และนับว่าสร้างได้ถูกมาก เมื่อเทียบกับฟุตเตจ CG จำนวนมากที่ซ่อนตัวอยู่ในหนัง แน่นอนว่าด้วยหน้าหนังแล้วคงไม่ใช่หนังที่จะทำเงินมากมายนัก (ใครจะยอมมาดูหนังภาพไหว ๆ แบบนี้ซักกี่คนกัน) แต่ด้วยทุนสร้าง 80 ล้านเหรียญ หักลบกลบหนี้ คงได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่องไปไม่ยาก

ถ้าพูดถึงประเด็นของหนัง ตัวแก่นของเรื่องก็พื้น ๆ ไม่มีอะไรหักเหลี่ยมเฉือนคม แต่ Neill ฉลาดในการวางองค์ประกอบหนังให้ดูสมจริง (ทำเป็น Mocumentary) น่าสนใจ (เหตุเกิดในแอฟริกาใต้, กุ้ง (มนุษย์ต่างดาว) เป็นพวกลี้ภัย ฯลฯ) ทำให้แม้ประเด็นที่พูดจะธรรมดาไปหน่อย แต่ด้วยรูปแบบการนำเสนอทำให้เรื่องเดิม ๆ นั้นดูน่าสนใจขึ้นเป็นอย่างมาก

ส่วนตัวดูจบแล้วรู้สึกว่าแกนของหนังอยู่ที่การรับมือต่อการกลายสภาพของตัวเอก (แต่หน้าโปสเตอร์เมืองไทยนี่สื่อให้เห็นว่ามันเป็นหนังมนุษย์ต่างดาวบุกโลก ยิงกันระห่ำเดือด ซึ่งเชื่อว่าจะมีคนผิดหวังหลังจากออกจากโรงอยู่ไม่น้อย ) ปมประเด็นหลายอย่างถูกจัดวางไว้ เพื่อใช้ประโยชน์เป็นช่วง ๆ ได้เป็นอย่างดี ตัวเอกต่อกรทั้งกับการกลายสภาพภายนอก และการกลายสภาพภายใน จนในที่สุดหนังก็มาถึงบทสรุปว่า มุมมองของตัวเอกต่อกุ้งเป็นอย่างไรและอะไรคือเป้าหมายถัดไปในชีวิตของเขากัน

ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่สำคัญว่าวิคัสจะกลายสภาพเป็นอะไร เมื่อภาพสุดท้ายแสดงให้เห็นแล้วว่า เค้ายังคงเป็นมนุษย์และการกลายสภาพนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

สมหวัง
+ การนำเสนอรูปแบบใหม่ น่าสนใจ และนำมารับใช้เนื้อหาเป็นอย่างดี
+ ตีโจทย์ได้รอบ รวมถึงใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างคุ้มค่า เช่น กรณีเป้าหมายลึก ๆ ของรัฐบาล, พวกหาประโยชน์ชาวไนจีเรีย, การค้าประเวณีข้ามสายพันธุ์ ฯลฯ สร้างโลกอันสมจริงขึ้นมาอย่างน่าเชื่อถือ
+ สะใจที่เรื่องเกิดในโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกา (หาใช่ใน USA ไม่)
+ งาน CG คุณภาพเยี่ยม และที่สำคัญนำมารับใช้เนื้อหา ไม่ใช่นำ

ผิดหวัง
- ด้วยปัญหาเรื่องรูปแบบการนำเสนอที่ดูสมจริง ทำให้พอมีอะไรที่ผิดตรรกะหน่อย จึงก่อให้เกิดความสงสัยมากกว่าปกติ เช่น อาวุธที่กุ้งมี ทำไมไม่ใช้ประโยชน์กัน, วิคัสที่พลัดหลงไปบ้านคริสโตเฟอร์อย่างบังเอิญ, จู่ ๆ ทำไมถึงอพยพมาอยู่กันที่โลก เป็นต้น
- เป็นหนังที่ดูแล้วจิตตกไปหน่อย แต่ถ้าชอบดราม่าหนัก ๆ ก็น่าจะโดนใจไม่ยาก
- ระบบความคิดที่ไม่แน่นอนของพวกกุ้ง รวมถึงกุ้งบางตัวในหนังที่ฉลาดเกินหน้ากุ้งอีกล้านกว่าตัวที่เหลืออย่างมีนัยยะสำคัญเกินไป
- แฟนสาวของวิคัสที่บทไม่ค่อยสร้างความน่าเชื่อถือว่าทั้งคู่รักกันขนาดนั้น

Apple Special Event (Rock & Roll) – Video Download Link

Apple Special Event

เปิดตัวไปแล้วเมื่อคืนนี้ ถ้าว่างจะเขียนถึง ช่วงนี้งานเข้า แต่เอาลิงค์วีดีโอในงานมาให้โหลดก่อน ยังไม่เห็นแบบ Streaming บนเว็บ แต่บน Podcast ออกแล้ว เลยได้ลิงค์มา

รวมคนพิมพ์ผิดจากพันทิป

ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ
answer***ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไข่ มาตอบด่วนค่ะ

แฟนเป็นคนเสียว ดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ
answer***แนะนำให้ว่าเวลาจะมี อะไรกันให้หาอะไรให้เธอกัดครับ เวลาเธอเสียวก็จะไม่ค่อยมีเสียงเล็ดรอดออกมา

กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตั วเองสูง ไม่ค่อยจะอม ใครง่าย ๆ
answer***ดีแล้วล่ะคะ

มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก ผมจะสอยเธอยังไงดี! ครับถึงจะไม่น่าเกลียด’
answer***ความจริงน่าจะสอยพวกเด็ก ๆ ใหม่ ๆ นะครับ ถ้าอยากสอยเธอจริง ๆ ก็ท่า พื้นฐานไปก่อนครับ พอเคย ๆ กันแล้วค่อยเปลี่ยนท่าสอยครับ แค่นั้นก็ไม่น่าเกลียดแล้วครับ

สามีมีปัญหาในการนอนค่ะเค้าชอบนอนหนุนหมอย นิ่ม ๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ พอจะ รู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ
answer***มียี่ห้อด้วยเหรอค่ะของแบบนี้

ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย
answer***ไม่ไหวค่ะกลัวมันกัดเอา

เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ
answer***ไม่มีมั้งคะโปรแกรมนี้

เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย
answer***ความสามารถในการแยกแยะสูงจริง ๆ เลยค่ะเห็นแค่รูรู้เลยว่ารู ใครเป็นรูใคร

อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่ าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึ ป่าวคะ
answer***เอ่อ! ไม่อยากมาเที่ยวบ้านผมบ้างเหรอ? ? แต่ไม่ได้ชมฟรีนะครับบ้านผม

ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด! ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน ๆ ไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ
answer***เรื่องนี้เก็บไว้ 2 คนก็ได้ครับ ไม่ต้องเอามา post เขิน ๆ ไงไม่รู้ เอ่อ! ของแฟนใหญ่มากเหรอครับ ถึงต้องไปขยายรูแต่งงานของคุณมา

พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ ผมยังไม่ชำนาญ เรื่องการถอยรถเข้า ซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ
answer***แนะนำให้ดื่มเบียร์ เข้าไปสักขวด แล้วไปแท๊กซี่ดีกว่าครับ สถานที่อย่าง นั้นใครเห็นรถเราเข้าไปมันไม่ น่าดู เสร็จกิจแล้วก็นั่งแท๊กซี่กลับครับ

ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลายคน สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ
answer***บรรยากาศน่ากลัวนะคะ ! ฝรั่งเยอะด้วย

ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย
answer***ว่าแต่ว่าเขาจะยอมทั้งสองคนเลยเหรอ?

ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่หมา เปล่า ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย
answer***กินหมาแทนพลู เลยเหรอคะ

แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4′ x 6′ นี่จะเล็กไปมั้ยครับ
answer***รูขนาดนั้นไม่เล็กแล้วครับ อย่างนั้นเค้าเรียกบานครับ

จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่าขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง
answer***ถ้าเจอที่ไหนอร่อย ๆ อย่าลืม! กลับมาแนะนำด้วยนะคะ

จริงๆหงษ์น่าจะไม่แพ้เป็นอย่างน้อยถ้า(ตั้งช้าหน่อยครับเพิ่งว่าว)
answer***ทราบแล้วเปลี่ยนค่ะ ว่า เจ้าของกระทู้ยังโสด

ผมตกขาวมากเลยครับ เกือบไม่ได้ไปดูงาน NIKON DAY 2006
answer***นึกว่าเป็นแต่ผู้หญิงผู้ชายก็ตกเหมือนกันเหรอคะ

นศ หญิงสมัยนี้ทำไมชอบใส่เสื้อชายสั้นๆ แล้วปล่อยให้หอยออกมาอยู่ นอกกระโปรงกันนะ ไม่น่ารักเลย
answer***ขนาดนั้นเลยเหรอคะ

ผมหา ลึงค์ กระทู้หมาฝรั่งไม่เจอแล้วสิ
answer***คงอยู่ที่เดียวกันกะหมาไทยล่ะค่ะดิฉันว่า

ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพฺ์วันเดียว ตกขาวเลยละเธอ
answer***โหน่ากลัวเนาะ พรุ่งนี้ต้องรีบหาอ่านแล้วล่ะ

ถามท่านผู้รู้หน่อยคับ : ทำไงดีคับ เครื่องเสียวผมใช้งานไม่ได้
answer***ไม่มีความเห็นค่ะ รอผู้รู้มาตอบละกัน

ที่มา : Forward Mail

เป็นฟอร์เวิร์ดที่ได้มาหลายรอบแล้ว ได้รับรอบที่ 2 รอบที่ 3 อ่านแล้วยังฮาได้อีก เลยเอามาลงไว้ เผื่อใครจะยังไม่เคยอ่าน

Gabrielle Bonheur “Coco” Chanel

Coco Chanel

หากผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง แล้วผู้คนกล่าวกันว่า ” ชุดนั้นสวยจริง ๆ ” นั่นหมายความว่าชุดนั้นแย่มาก ๆ
แต่ถ้าผู้คนกล่าวกันว่า “ผู้หญิงคนนี้สวยจริง ๆ ” มันหมายความว่า ชุดนั้นเยี่ยมจริง ๆ
- Coco Chanel

ปล. Coco เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นภายหลัง
ปฬ. ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายเร็ว ๆ นี้มีชื่อว่า Coco Avant Chanel แต่ Avant ไม่ใช่ชื่อกลางของ Chanel แต่มีความหมายว่า Before ดังนั้นชื่อภาพยนตร์นั้นหมายถึง Coco ก่อนมีห้องเสื้อชื่อ Chanel ดังนั้นหากเช็คดูดี ๆ จะทราบว่า ภาพยนตร์มีอีกชื่อว่า Coco Before Chanel (ตั้งได้เท่ห์ซะไม่มี)

แด่ชาว Geek ทั้งปวง

วันที่ข้าพเจ้าลาโลก

ในวันที่ข้าพเจ้าถือกำเนิด
ข้าพเจ้าร้องไห้เสียงดัง
พ่อแม่ญาติพี่น้องล้วนยินดีปรีดา

ในวันที่ต้องลาโลก
ข้าพเจ้าหวังใจว่าข้าพเจ้าจะยิ้มปิติปรีดา
และคนทั้งโลกจะร่ำไห้เสียใจ

- eYacht

ปล.เรียบเรียงขึ้นใหม่ จากการรับรู้เมื่อนานมาแล้ว

ความงามอันสัมบูรณ์

-1-
ระหว่างสนทนากันในมื้ออาหารครั้งหนึ่ง ขณะถกกันเรื่องเทคโนโลยีศัลยกรรมเพื่อความงามในปัจจุบัน เพื่อนหญิงคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นขึ้นกลางวงว่า

ผู้หญิงที่เคยสวยมากเมื่อหลายปีก่อน กำลังสวย”น้อยลง” เนื่องมาจากการที่คนทั่ว ๆ ไปสวยขึ้นจากการศัลยกรรม

นำมาซึ่งข้อสงสัยสำหรับผมว่า ความสวยนั้นเป็นสิ่ง สัมพัทธ์ หรือ สัมบูรณ์ กันแน่

ตะเกียบจะยาวหรือสั้น ขึ้นกับว่าตะเกียบถูกเทียบกับไม้จิ้มฟัน หรือ กระบอง นั่นเองคือสัมพัทธ์
ขณะที่สัมบูรณ์คือความหมายหมดจรด เบ็ดเสร็จ ไม่จำเป็นต้องนิยามด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งไหน

จำไม่ได้ว่าวันนั้นข้อคิดเห็นจบลงอย่างไร แต่เพื่อนหญิงกล่าวว่า ความงามนั้นน่าจะลดลงเนื่องจากความเคยชินของคนมอง และแปรผกผันกับความสวยของคนรอบข้าง ที่เพิ่มความเร่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญตามคมมีดของหมอแต่ละคน

-2-
วันนี้อ่านเจอเรื่องเล่าจากหนังสือ “ระยะทางอันห่างใกล้” ของคุณนิ้วกลมและคุณพิมปาย เป็นเรื่องเล่าจากเทือกเขาหิมาลัย ในบ้านของคนที่อาศัยในเทือกเขาที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ที่สุดในโลกนั้น กลับมีปฎิทินรูปเทือกเขาในสวิสเซอร์แลนด์แขวนไว้ เออหนอคนเรา อยู่ใกล้หิมาลัย แต่ใจกลับอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ คุณนิ้วกลมตั้งคำถามขึ้นมาว่า

“คนที่นี่(หิมาลัย) จะเห็นว่าวิวแบบนี้สวยไหม”

หากมีสมการความสวย ค่าความสวยกับความใกล้ชิด ค่าความสวยกับความเคยชิน จะแปรผกผันกันไหม
ยิ่งใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นว่าสวยน้อยลง
ยิ่งเคยชินกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน ก็ยิ่งเห็นว่ามันช่างสามัญธรรมดา

-3-
ความคิดทบทวนย้อนไปยังคำกล่าวที่ว่า

“beauty lies in the eyes of the beholder”
ความสวยนั้นขึ้นกับสายตาที่มอง

ท้ายสุดแล้วผมเห็นด้วยแล้วว่าความสวยนั้นสัมพัทธ์จริง แต่ความสวยของคนคนนั้นไม่ได้สัมพัทธ์กับคนรอบ ๆ ตัวเธอ หากแต่สัมพัทธ์กับสายตาของคนมองต่างหาก ดังนั้นด้วยความสวยที่ทวีขึ้นของคนรอบข้าง หากสร้างความเคยชินให้กับมอง เขาก็ย่อมเห็นเธอคนนั้นสวยน้อยลงเป็นธรรมดา

อย่างไรก็ดีความสวยนั้นก็ไม่ได้อยู่เพียงภายนอกเท่านั้น

สายตาที่มองเห็นแต่ความสวยภายนอกโดยละเลยความงามภายใน นั่นเป็นเพียงสายตาอันโง่เขลาเท่านั้น

เพราะความงามภายในนั้นสัมบูรณ์ และถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของเท่านั้น มีดหมอไม่เกี่ยว

เปลือยญุี่ปุ่น

เป็นงานเขียนของผมที่ส่งไปประกวด และได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารท้องถิ่น เมื่อซัก 2-3 ปีที่แล้ว ปัจจุบันนิตยสารดังกล่าวหยุดพิมพ์แล้ว (สงสัยเนื่องจากบรรณาธิการต้องไปเลี้ยงลูก ; ) ) ค้น ๆ ไปเจอเข้าในเครื่อง เลยเอามาลงขัดตาทัพไปก่อน เพราะช่วงนี้เก็บตัวอ่านหนังสือสอบมิดเทอมอยู่

เมืองทาคายาม่าเป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ในประเทศญี่ปุ่น ถ้าโตเกียวเปรียบได้กับกรุงเทพ เกียวโตเปรียบได้กับอยุธยา เมืองทาคายาม่าคงเปรียบได้กับแม่ฮ่องสอน

จริง ๆ แล้วปลายเดือนมีนาคมที่ทาคายาม่าน่าจะร้อนแล้ว แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ ตอนนี้หิมะตก อุณหภูมิอ่านค่าได้ -1 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่เหมาะกับคนไทยเขตร้อนเช่นผมอย่างยิ่ง แม้ว่าสวมเสื้อสามตัวแล้ว ขนแขนยังลุกเป็นระยะ ๆ ตลอดทาง

หลายคนกล่าวไว้ว่ามาญี่ปุ่นแล้ว ต้องหาโอกาสลองแช่บ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง หรือที่เรียกกันในภาษาญี่ปุ่นว่า ออนเซ็น ดูซักครั้ง เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประกอบขึ้นมาจากหมู่เกาะ และมีภูเขาไฟมากมาย ทำให้เกิดบ่อน้ำร้อนธรรมชาติทั่วเกาะเต็มไปหมด ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่า การได้แช่ออนเซ็นจะทำให้ร่างกายสดชื่นด้วยอิทธิฤทธิ์ของแร่ที่อยู่ในน้ำ ผมจึงตั้งใจว่า มาญี่ปุ่นคราวนี้ ออนเซ็นเป็นกิจกรรมระดับ “พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง!” แต่ชีวิตมันไม่ง่ายดายอย่างนั้น เมื่ออุปสรรคอันใหญ่เขื่องสำหรับชาวไทยอีสานอย่างผมคือ ผมไม่ได้เปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชนเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้วนี่สิ

ผมเข้าถึงที่พักในตอนบ่าย ในห้องพักมีชุดคลุมอาบน้ำญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่ายูกาตะ พับไว้อย่างสวยงาม วางคู่กับผ้าเช็ดตัวขนาดเล็ก ๆ หนึ่งผืน เอกสารแนะนำเรื่องการใช้บริการออนเซ็น ซึ่งสรุปสั้น ๆ ได้ว่า ในการแช่บ่อน้ำร้อน ตามมารยาทแล้วห้ามสวมเสื้อผ้าโดยเด็ดขาด ต้องอาบน้ำให้เนื้อตัวสะอาดก่อนลงแช่ในบ่อ ซึ่งสบู่แชมพูมีบริการพร้อมแล้วที่ห้องอาบน้ำ ไม่จำเป็นต้องถือไป ผ้าเช็ดตัวที่วางไว้ใช้สำหรับถูตัวเวลาอาบน้ำ และที่สำคัญห้ามแช่นานเกินไป เพราะอาจเป็นอันตรายได้

หลังจากศึกษาวิธีเป็นอย่างดี ผมเลือกเปลี่ยนให้เหลือยูกาตะเพียงชิ้นเดียว นัยว่าจะได้ตัดความประหม่าเวลาต้องถอดนั่นถอดนี่ต่อหน้าคนอื่น หลังจากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กนั้น พาดบ่ามาด้วยก่อนจะเดินออกจากห้องไป ระหว่างเดินไปยังบ่อน้ำร้อน ผมขนลุกเป็นระยะ ๆ ไม่แน่ใจเพราะความหนาวแทรกผ่านผ้าฝ้ายเข้ามากระทบผิวหนัง หรือเพราะต้องเดินสวนกับสาวญี่ปุ่นในสภาพหวิว ๆ ไร้ซึ่งอาภรณ์ที่รัดกุมกันแน่

พอไปถึงที่บริเวณออนเซ็น ด้านหน้ามีบริการเครื่องดื่ม หนุ่มญี่ปุ่น 2-3 โต๊ะนั่งดื่มนมกันอยู่ เนื่องจากการแช่บ่อน้ำร้อนจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมาก ดังนั้นตามคำแนะนำจากผู้รู้ว่า หลังจากจากแช่ออนเซ็นควรดื่มน้ำหรือนม จะทำให้ร่างกายรู้สึกดีเป็นพิเศษ พอเดินลึกเข้าไป ก็พบกับทางเข้าบ่อน้ำร้อน ซึ่งแยกเป็นฝั่งชายและหญิง ผมเลือกเดินเข้าทางฝั่งชาย แม้ใจอยากหลงเดินเข้าอีกฝั่งใจจะขาด

เมื่อเดินเข้าไปถึงจะพบกับห้องแต่งตัว หลายคนเรียกว่าห้องทำใจ ผมเดินเข้ายืนแน่นิ่งอยู่หน้าตู้ล็อกเกอร์ พร้อมกับแอบมองไปยังน้องชายของคนอื่น ๆ ที่ต่างก็ออกมาลอยหน้าลอยตา เดินส่ายไปมากันขวักไขว่ ชาวไทยอีสานจับสายคาดชุดยูกาตะ พร้อมกับสะกดจิตตัวเองให้ปลดชุดออกแต่โดยดี ในเมื่อเห็นของคนอื่นแล้วก็ควรให้คนอื่นเห็นบ้างจะได้เสมอเหมือนกัน ว่าแล้วก็ปลดชุดยูกาตะ และก้มหน้าเดินเข้าไปยังห้องอาบน้ำโดยพลัน

สภาพห้องอาบน้ำเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในก่อกำแพงแบ่งเป็นช่อง ๆ แต่ละช่องกว้างราว ๆ 2 เมตร พอมองเข้าไปจะพบเก้าอี้ไม้ตัวเล็ก ขนาดพอ ๆ กับเก้าอี้ซักผ้า ฝักบัว ถังไม้ ก๊อกน้ำ สบู่ และแชมพู ถูกวางเตรียมไว้อย่างดี ผมเลือกเดินเข้าช่องอาบน้ำอันหนึ่ง ลากเก้าอี้มานั่ง และแอบศึกษาวิธีการอาบน้ำของหนุ่มญี่ปุ่นอีกฟากที่กำลังอาบน้ำอย่างเมามัน ว่าคนญี่ปุ่นเค้าอาบน้ำกันอย่างไร หาได้มีจิตเป็นอื่นไม่ พอดูซักพักก็ถึงบางอ้อว่าถังไม้นั้นมีไว้เติมน้ำให้เต็ม เทสบู่เข้าไป นำผ้าเช็ดตัวผืนเล็กจุ่มลงแล้วนำมาขัดถูตัวให้สะอาด ทราบดังนั้นก็เลียนแบบให้ดูกลมกลืนในทันที

ระหว่างที่กำลังนั่งขัดตัว ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของผู้หญิงมาจากช่องถัดไปอีก 2-3 ช่อง ด้วยอารามตกใจ ผมจึงชะเง้อไปดู (ครับ ถึงจะตกใจแต่ก็ไม่มุดหนีครับ) เห็นแล้วก็โล่งอกเมื่อพบว่าเป็นเด็กหญิงอายุ 3-4 ขวบกำลังอาบน้ำกับคุณพ่ออย่างสนุกสนาน โธ่… ดีใจ เอ้ย ตกใจหมด

หลังจากขัดถูตัวเรียบร้อยก็ถึงนาทีของบ่อน้ำร้อน สภาพของห้องแช่บ่อน้ำร้อนเต็มไปด้วยไอน้ำ ทำให้เรามองเห็นคนอื่น ๆ ไม่ถนัดนัก ความรู้สึกขัดเขินก็ลดน้อยลง ตามคำแนะนำกล่าวว่าน้ำในบ่อร้อนสูงถึงเกือบ 50 องศา ซึ่งหากลงไปในทันทีอาจลวกร่างกายได้ง่าย ๆ ดังนั้นเวลาลงต้องค่อย ๆ หย่อนตัวลง ผมลองหย่อนขาลงไป พอโดนน้ำเข้าก็ต้องหันไปมองคนอื่น เพราะน้ำร้อนมากจริง ๆ แต่พอเห็นชาวบ้านเค้าแช่กันอย่างสบายอกสบายใจ ก็พอโล่งใจว่าคงไม่เป็นอันตราย พอลงไปแช่ทั้งตัว ร่างกายก็ค่อย ๆ ปรับตัวได้ และเริ่มรู้สึกถึงความปลอดโปร่งโล่งสบาย แช่ได้ซักพักเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้น จึงย้ายไปยังโซนบ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง

บริเวณกลางแจ้งเผยให้เห็นตัวเมืองจากมุมสูง แสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในทาคายาม่า บวกกับภูเขาที่ห้อมล้อม และหิมะที่กำลังโปรยปราย ทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง นี่กระมังเหตุผลที่ห้ามไม่ให้สวมสิ่งใดไว้กับร่างกาย บรรยากาศทำเอาผมเคลิบเคลิ้มจนเกือบลืมว่าห้ามแช่นานเกินไป

เมื่อปลุกตัวเองจากภวังค์ ผมจึงลุกกลับออกไปเพื่อแต่งตัวและเดินทางเข้าที่พัก เตรียมตัวสำหรับมื้อค่ำ ระหว่างที่เปิดประตูบานเลื่อนไปยังห้องทำใจที่ฝากเสื้อผ้าไว้ ผมหยุดหายใจไปสองวินาทีกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

บรรยากาศโดยรอบเป็นชายหนุ่มญี่ปุ่นใหญ่น้อยเปลือยเปล่า บ้างก็แต่งตัว บ้างก็เก็บของ ซึ่งหลังจากแช่มาซักพักก็เริ่มชินตาแล้วว่ามันก็เหมือน ๆ กันกับของชาวไทยอย่างเรานี่แหละ แต่สิ่งที่ทำผมแทบช็อคคือคุณป้าแม่บ้านที่กำลังถูพื้นอยู่ตรงหน้าผมอย่างขะมักเขม้น ท่ามกลางเหล่าชายฉกรรจ์ไร้อาภรณ์อย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะที่ผมกำลังยืนอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้า มือข้างหนึ่งกำลังใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กประจำกายเช็ดผมอยู่ คุณป้าก็ทำท่าจะเงยหน้าขึ้นมามองว่าไอ้หนุ่มนี่ทำไมมันไม่เดินไปซักที วินาทีนั้นเองที่ระบบป้องกันตนเองของผมเริ่มทำงาน สมองสั่งการอย่างฉับไว ตรวจสอบหาอุปกรณ์ที่จะมาคั่นกลางระหว่างสายตาคุณป้ากับร่างกายผม ผม นึกได้ว่าในมือขวามีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กคู่ใจอยู่ วินาทีนั้นเองคุณป้ากำลังเงยหน้าขึ้นมาแล้ว แย่แล้ว! ไม่ทันแล้ว ผมคงไม่สามารถย้ายมือที่เช็ดผมอยู่ไปปิดช่วงล่างได้ทัน เร็วเท่าความคิด ผมจึงเลื่อนผ้ามาปิดหน้าไว้แทน และเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผย

พร้อมกระหยิ่มยิ้มย่องใจว่า เป็นวิธีป้องกันช่วงล่างที่หลักแหลมแยบยลจริง ๆ
ปล. เสียใจกับหนุ่ม ๆ ด้วยที่บทความนี้ขึ้นต้นว่าเปลือยญี่ปุ่น แต่เนื้อเรื่องมีแต่ผู้ชายโป๊กับป้าแม่บ้าน 1 คน