Archive for the 'Opinion' Category

Inception ปฐมสำนึกของมิติเวลาหลายระดับ

ข้อเขียนนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์

จากการเฝ้ารอมานาน แล้ว Inception ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง Chirstopher Nolan ไปล่าเนื้อหาและเทคนิคการนำเสนอใหม่ ๆ มาผสมอย่างกลมกล่อม หลายคนยกย่องเค้าเป็น Stanley Kubrick ในยุคนี้ บ้างก็ว่า Orson Welles พร้อมพาดพึงไปถึงว่าของเล่นในเซฟ ประหนึ่งว่าเป็น Rosebud ของ Citizen Kane กันเลยทีเดียว

ไม่ว่าคุณ Nolan จะถูกเปรียบเปรยอย่างไร สำหรับผมแล้วคุณโนแลนมีความสำคัญในฐานะคนเชื้อเชิญผมให้สนใจภาพยนตร์ทางเลือก ผ่านภาพยนตร์ที่ชื่อว่า Memento เมื่อหลายปีก่อน

ใน Memento โนแลนเล่นกับความทรงจำคนดู ด้วยการเล่าเรื่องแบบย้อนหลังและไม่ลำดับเวลา ใน Inception โนแลนใช้วิธีเล่าเรื่องแบบไม่ลำดับเวลาตามถนัด แต่ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเล่าเรื่องซ้อนกัน 5 ชั้น ในหน่วยเวลาเดียวกันด้วยตัวละครตัวเดียวกัน ในสิ่งที่คล้่าย ๆ จะเรียกได้ว่าเป็น “ความจริง 4 มิติ” ซึ่งแม้จะฟังดู Sci-fi และซับซ้อน แต่ภาพยนตร์ก็สามารถมอบความบันเทิงให้กับคนดูระดับทั่วไปได้อีกด้วย

แม้เรื่องราวของความฝันหรือกระทั่งความฝันซ้อนฝันนั้นจะมีให้เห็นกันดาษดื่นผ่านภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง เห็นกันง่าย ๆ อย่าง เฟรดดี้ ครูเกอร์ ที่เล่นมุขฝันซ้อนฝันกันบ่อย แต่ใน Inception โนแลน วางโครงเรื่องเหนือชั้นด้วยการเปิดให้สงสัยกับภาพเด็กสองคน และคนแก่ในราชวังญี่ปุ่น เปิดตัวคุณแฟนสุดหลอน หลังจากนั้น “Kick” เราด้วยฝันซ้อนฝันสุดล้ำ ที่ถาโถมกันมาแบบไม่ประนีประนอม แล้วปิดภารกิจแรกด้วยความล้มเหลว ต่อจากนั้นจึงออก “กฎ” ของ Dream-Share ให้คนดูฟังไปพร้อม ๆ กับ สถาปนิกสาว ก่อนจะเริ่มปฎิบัติการฝันซ้อนที่กลายเป็นช่วงวินาทีที่ยาวนานที่สุดเท่าที่จินตนาการเราจะไปถึง

ฉากในโรงแรมนั้นแม้จะไม่ได้ดูใหม่สด เพราะถ้าว่ากันตามจริง มันก็ไม่ต่างกับภาพสภาวะไร้น้ำหนักใน 2001 : Space Odyssey ซึ่งสร้างความตะลึงให้กับคนดูเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว แต่ด้วยองค์ประกอบที่ถูกวางดักไว้ก่อนหน้านั้นหลายจุดทำให้ความฝันชั้น 2 ที่โรงแรมกลายเป็นหนึ่งในฉากที่จัดว่าน่าทึ่งกับไอเดียอันซับซ้อนและใช้ประโยชน์กับ “กฎ” ที่กำหนดไว้ได้ทุกเม็ดจริง ๆ

ดนตรีประกอบนั้นโดดเด่นตั้งแต่ Trailers ออกมาแล้ว ด้วยฝีมือของ Han Zimmer ที่จะว่าไปเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความลึกลับ และช่วยคลี่คลายความซับซ้อนของภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

งานด้านภาพนั้นดูดีสมราคางานสร้าง และเป็นอีกครั้งที่รู้สึกได้ว่า งาน CG ทั้งหลายในภาพยนตร์ถูกสร้างมารับใช้เนื้อหาได้อย่างเหมาะสมลงตัว ฉากน่าตื่นใจอย่างการพลิกเมือง ก็ทำได้อย่างสมเหตุสมผลกับเนื้อหาที่มี เรียบเนียนไปกับเรื่องราวของหนัง

แน่นอนชื่อชั้นของ Nolan ยังคงฝากเรื่องหักมุมที่คาดเดาไม่ได้ไว้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะความลับลึกสุดที่พระเอกซ่อนไว้ใน Limbo ของตน ที่คลี่คลายในที่สุดว่าความผิดที่ติดอยู่ในใจของพระเอกคือความผิดพลาดที่ทำ Inception ไว้และความคิดที่ขยายตัวราวกับไวรัสที่ส่งผลสะท้อนจนทำลายชีวิตในโลกแห่งความจริงของพระเอกไปจนสิ้น

อย่างไรก็ดีแม้หลายอย่างจะดูสมบูรณ์ แต่เรื่องของความรู้สึก ความรัก ซึ่งเป็นจุดอ่อนของโนแลนยังคงเป็นจุดบอดเล็ก ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ดี แม้จะได้รับการแก้ไขและขัดเกลาดีขึ้นกว่าเรื่องที่ผ่าน ๆ มา แต่ต้องยอมรับว่าขณะที่ส่วนอื่นดูอยู่ในระดับสุดยอด พอมีอะไรที่ดูด้อยไปหน่อย เรื่องนั้นก็จะโดดออกมาจนเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้น Inception ก็ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของวงการภาพยนตร์ได้โดยไม่ต้องสงสัย

หลายคนกำลังนั่งถกเถียงตอนจบอย่างออกรส ว่าสุดท้ายแล้วพระเอกฝันหรือตื่นกันแน่ ในนาทีตอนท้ายนั้น พระเอกหมุนโทเท็มของตัวเอง และไม่รอดูว่ามันจะหยุดหมุนหรือไม่ สำหรับผมแล้วนั่นคือคำตอบแล้วว่า Cobb ไม่ได้สนใจแล้วว่าที่ ๆ เค้าอยู่จะเป็นบ้านจริง ๆ จะเป็น Limbo จะเป็นฝันชั้นไหนก็ตาม พระเอก Kick ตัวเองออกจากวังวนของความผิดที่กัดกินตนเองมานานแสนนาน คว้าโอกาสที่จะได้พบหน้าลูกไว้และก้าวไปข้างหน้าตามที่ตนเองเลือกที่จะเชื่อ

หรือจะเรียกได้ว่า Cobb ได้ Inception ตนเองไปแล้วก็ไม่ผิดนัก

My Thoughts on Android 2.2 Froyo

ตอนนี้รอมหลุดมาแล้ว แอบโหลดมาเมื่อเช้า ลงได้เฉพาะเครื่องที่ยังไม่ Root (Unlocked ก็ลงได้) วิธีทำดูได้ที่นี่ เหล่านี้คือ review จากความคิดเห็นชั่ววูบหลังจากเล่นมาซัก 1 ชั่วโมง (กำลังเห่อได้ที่)

  1. ตอนบูตครั้งแรกหลังอัพ นานจนกังวลว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า
  2. Calendar กับ Camera ที่ทำเป็น Shortcut ที่หน้า Home Screen เจ๊ง ต้องลบทิ้งแล้วใส่เข้าไปใหม่
  3. มีฟอนต์ไทยมาในตัว ซึ่งเป็นของ Nuuneoi ที่ทำแจกเมื่อหลายเดือนก่อน เป็นฟอนต์ที่ทาง Google จัดทำขึ้นใหม่ ส่วนตัวรู้สึกว่าค่อนข้างอ่านง่าย แต่มีไม่ครบ Type face คือไม่มี Bold Italic และ Bold+Italic ใครอยากได้ครบต้อง Root แล้ว adb เข้าไปเอง อ้อ วรรณยุกต์ยังคงลอยอยู่นะครับ
  4. Bug ลิงค์อักษรไทยเบี้ยวใน Browser ยังคงมีอยู่
  5. Browser ยังไม่ตัดคำไทยเหมือนเดิม
  6. ไม่มี Wallpaper หรือ Live Wallpaper ใหม่แถมมาด้วย
  7. Flash Player 10.1 Beta ต้องดาวน์โหลดจาก Market เอง การมี Flash บนมือถือให้ประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ อย่างการเล่น Video บน Youtube แต่ก็ต้องมารู้สึกเซ็งเวลาเห็น Ad ที่เป็น Flash เพราะคงสูบแบตน่าดู ถึงเวลาของ Flash Block Plug-in บน Mobile Browser แล้วหรือเปล่า?
  8. พอ Gmail รองรับ Label ที่เป็นสีเหมือนกับบน Desktop ทำให้ทำงานสะดวกขึ้นเยอะ
  9. Contact ยังไม่รองรับการกรอกวันเกิดอยู่ดี
  10. Tethering Wi-fi Hotspot ใช้งานง่าย สุดยอด ก่อนหน้านี้ใช้ PDA Net ต่อ Bluetooth ค่อนข้างวุ่นวาย
  11. ฟังก์ชั่นเปิด LED ในเมนูการถ่ายวีดีโอ ทำให้ Nexus One มีฟังก์ชั่นไฟฉายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง ปกติ OS จะไม่ยอมให้ใช้ เนื่องจากกลัวลืมปิดและทำให้หลอดเสียหาย (เดิมต้องโหลดโปรแกรม Torch ซึ่งรันได้บนเครื่องที่รูทแล้วเท่านั้น)
  12. เมนูกล้องใช้งานง่ายขึ้นเยอะมาก แถมไอคอนหมุนตามกล้องด้วยน่ารักดี
  13. ณ วันนี้ฟังก์ชั่น Push ยังใช้งานไม่ได้ คงเพราะแอบโหลดมาก่อนเปิดตัวให้โหลดอย่างเป็นทางการ
  14. การใช้ Nexus One ซึ่งเป็น Google Phone นับเป็นพลเมืองชั้น 1 ได้รับการดูแลก่อนคนอื่น กลุ่ม HTC ที่มี Sense UI ไม่รู้ว่าอีกนานไหมถึงจะได้อัพ อย่างกรณีตอน 2.1 นั่นก็นานโขอยู่
  15. โดยรวมใช้งานได้เร็วขึ้นอย่างรู้สึกได้
  16. ตอนกดสั่งสร้าง Shortcut บน Home Screen เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเมื่อก่อนรอกันหลายวิ
  17. อัพด้วยตนเองแล้วข้อมูลอยู่ครบ ส่วนของ Contact หายไป ซักพักก็กลับมาใหม่จากการ Sync กับ Google
  18. ฟังก์ชั่น Move to SD Card ยังใช้ไม่ได้กับ App ที่อยู่ในเครื่องเดิม เข้าใจว่า App ต้องรองรับฟังก์ชั่นนี้จึงทำงานได้
  19. App เดิมทำงานได้ทั้งหมดยกเว้น Google unread count widget และ yxflash ซึ่ง Force quit ตลอด คงต้องรออัพเดท

Froyo Android 2.2

Froyo

และแล้วก็เปิดตัวไปเรียบร้อยโรงเรียนพี่กู(เกิล) สำหรับ Froyo หรือ Android OS version 2.2 ซึ่งเกิดตามรุ่นพี่ Cupcake, Donut, Eclair รายละเอียดถูกเปิดตัวในงาน Google I/O มี Video Keynote มาให้ดู

หรือใครจะดู Video แนะนำตัว อันนี้ไม่ยาวเหมือน Keynote แต่มีรายละเอียดไม่ครบทุกอัน แต่ก็ครอบคลุมตัวหลัก ๆ เกือบทั้งหมด

รายละเอียดการอัพเดทอย่างเป็นทางการภาษาอังกฤษ อ่านได้ที่นี่ ส่วนแบบไม่เป็นทางการ แถมไม่เรียงลำดับหมวดหมู่ นึกได้ก็เขียนอ่านได้จากด้านล่างนี้

  1. Tips Widget เป็น Widget ตัวใหม่ที่แนะนำวิธีใช้ แสดงให้เห็นว่า google ให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้น
  2. Dedicate shortcuts ย้าย icon Phone กับ Browser ทำให้สามารถเรียกโทรศัพท์กับเว็บได้จากทุกหน้าใน Home Screen อันนี้เจ๋ง เพราะประหยัดที่บน Home Screen ไปได้ (ถ้าเลือกได้ว่าจะใช้ icon ไหนจะเจ๋งกว่านี้อีก)
  3. Exchange Support รองรับการทำงานกับ Exchange Server ได้ดีขึ้น เป็นการบุกเข้าอาณาจักร Business ที่ Microsoft ครอบครองอยู่ ส่วนนี้ไม่ได้ใช้ ส่วนตัวเลยไม่สนใจ
  4. Remote Wipe ช่วยให้สามารถสั่งล้างเครื่องจากคอมพิวเตอร์กรณีเครื่องหายได้ เผื่อกรณีเครื่องหายและมีข้อมูลที่เป็นความลับ Continue reading ‘Froyo Android 2.2′

Fake

ข้อความบนเสื้อของคนบนรถเมล์วันนี้

Girls fake orgasm Boys fake relationship.

ผู้หญิงโกหกตัวเองเพื่อคนรัก ผู้ชายโกหกคนรักเพื่อตัวเอง

District 9 :: มนุษย์ต่างด้าว

หลังจากถูกวางตัวให้กำกับโปรเจ็คหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Halo โดยมี Peter jackson เป็นคนโปรดิวซ์ให้ ทุกคนก็พุ่งความสนใจไปยังผู้กำกับหนังหน้าใหม่ Neill Blomkamp กันใหญ่ แต่หลังโปรเจ็คถูกพับไม่มีกำหนด Neill จึงได้รับอนุญาตให้เอาหนังมนุษย์ต่างดาวที่เคยเป็นหนังสั้นมาพัฒนาต่อจนกลายเป็น District 9

ในแง่ของผู้กำกับหน้าใหม่ที่ต้องมาดูแลงานสร้างขนาดนี้นับว่าเสี่ยงไม่เบา อย่างไรก็ดี Neill ก็แสดงให้เห็นว่าเอาอยู่ และนับว่าสร้างได้ถูกมาก เมื่อเทียบกับฟุตเตจ CG จำนวนมากที่ซ่อนตัวอยู่ในหนัง แน่นอนว่าด้วยหน้าหนังแล้วคงไม่ใช่หนังที่จะทำเงินมากมายนัก (ใครจะยอมมาดูหนังภาพไหว ๆ แบบนี้ซักกี่คนกัน) แต่ด้วยทุนสร้าง 80 ล้านเหรียญ หักลบกลบหนี้ คงได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่องไปไม่ยาก

ถ้าพูดถึงประเด็นของหนัง ตัวแก่นของเรื่องก็พื้น ๆ ไม่มีอะไรหักเหลี่ยมเฉือนคม แต่ Neill ฉลาดในการวางองค์ประกอบหนังให้ดูสมจริง (ทำเป็น Mocumentary) น่าสนใจ (เหตุเกิดในแอฟริกาใต้, กุ้ง (มนุษย์ต่างดาว) เป็นพวกลี้ภัย ฯลฯ) ทำให้แม้ประเด็นที่พูดจะธรรมดาไปหน่อย แต่ด้วยรูปแบบการนำเสนอทำให้เรื่องเดิม ๆ นั้นดูน่าสนใจขึ้นเป็นอย่างมาก

ส่วนตัวดูจบแล้วรู้สึกว่าแกนของหนังอยู่ที่การรับมือต่อการกลายสภาพของตัวเอก (แต่หน้าโปสเตอร์เมืองไทยนี่สื่อให้เห็นว่ามันเป็นหนังมนุษย์ต่างดาวบุกโลก ยิงกันระห่ำเดือด ซึ่งเชื่อว่าจะมีคนผิดหวังหลังจากออกจากโรงอยู่ไม่น้อย ) ปมประเด็นหลายอย่างถูกจัดวางไว้ เพื่อใช้ประโยชน์เป็นช่วง ๆ ได้เป็นอย่างดี ตัวเอกต่อกรทั้งกับการกลายสภาพภายนอก และการกลายสภาพภายใน จนในที่สุดหนังก็มาถึงบทสรุปว่า มุมมองของตัวเอกต่อกุ้งเป็นอย่างไรและอะไรคือเป้าหมายถัดไปในชีวิตของเขากัน

ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่สำคัญว่าวิคัสจะกลายสภาพเป็นอะไร เมื่อภาพสุดท้ายแสดงให้เห็นแล้วว่า เค้ายังคงเป็นมนุษย์และการกลายสภาพนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

สมหวัง
+ การนำเสนอรูปแบบใหม่ น่าสนใจ และนำมารับใช้เนื้อหาเป็นอย่างดี
+ ตีโจทย์ได้รอบ รวมถึงใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างคุ้มค่า เช่น กรณีเป้าหมายลึก ๆ ของรัฐบาล, พวกหาประโยชน์ชาวไนจีเรีย, การค้าประเวณีข้ามสายพันธุ์ ฯลฯ สร้างโลกอันสมจริงขึ้นมาอย่างน่าเชื่อถือ
+ สะใจที่เรื่องเกิดในโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกา (หาใช่ใน USA ไม่)
+ งาน CG คุณภาพเยี่ยม และที่สำคัญนำมารับใช้เนื้อหา ไม่ใช่นำ

ผิดหวัง
- ด้วยปัญหาเรื่องรูปแบบการนำเสนอที่ดูสมจริง ทำให้พอมีอะไรที่ผิดตรรกะหน่อย จึงก่อให้เกิดความสงสัยมากกว่าปกติ เช่น อาวุธที่กุ้งมี ทำไมไม่ใช้ประโยชน์กัน, วิคัสที่พลัดหลงไปบ้านคริสโตเฟอร์อย่างบังเอิญ, จู่ ๆ ทำไมถึงอพยพมาอยู่กันที่โลก เป็นต้น
- เป็นหนังที่ดูแล้วจิตตกไปหน่อย แต่ถ้าชอบดราม่าหนัก ๆ ก็น่าจะโดนใจไม่ยาก
- ระบบความคิดที่ไม่แน่นอนของพวกกุ้ง รวมถึงกุ้งบางตัวในหนังที่ฉลาดเกินหน้ากุ้งอีกล้านกว่าตัวที่เหลืออย่างมีนัยยะสำคัญเกินไป
- แฟนสาวของวิคัสที่บทไม่ค่อยสร้างความน่าเชื่อถือว่าทั้งคู่รักกันขนาดนั้น

วันที่ข้าพเจ้าลาโลก

ในวันที่ข้าพเจ้าถือกำเนิด
ข้าพเจ้าร้องไห้เสียงดัง
พ่อแม่ญาติพี่น้องล้วนยินดีปรีดา

ในวันที่ต้องลาโลก
ข้าพเจ้าหวังใจว่าข้าพเจ้าจะยิ้มปิติปรีดา
และคนทั้งโลกจะร่ำไห้เสียใจ

- eYacht

ปล.เรียบเรียงขึ้นใหม่ จากการรับรู้เมื่อนานมาแล้ว

ความงามอันสัมบูรณ์

-1-
ระหว่างสนทนากันในมื้ออาหารครั้งหนึ่ง ขณะถกกันเรื่องเทคโนโลยีศัลยกรรมเพื่อความงามในปัจจุบัน เพื่อนหญิงคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นขึ้นกลางวงว่า

ผู้หญิงที่เคยสวยมากเมื่อหลายปีก่อน กำลังสวย”น้อยลง” เนื่องมาจากการที่คนทั่ว ๆ ไปสวยขึ้นจากการศัลยกรรม

นำมาซึ่งข้อสงสัยสำหรับผมว่า ความสวยนั้นเป็นสิ่ง สัมพัทธ์ หรือ สัมบูรณ์ กันแน่

ตะเกียบจะยาวหรือสั้น ขึ้นกับว่าตะเกียบถูกเทียบกับไม้จิ้มฟัน หรือ กระบอง นั่นเองคือสัมพัทธ์
ขณะที่สัมบูรณ์คือความหมายหมดจรด เบ็ดเสร็จ ไม่จำเป็นต้องนิยามด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งไหน

จำไม่ได้ว่าวันนั้นข้อคิดเห็นจบลงอย่างไร แต่เพื่อนหญิงกล่าวว่า ความงามนั้นน่าจะลดลงเนื่องจากความเคยชินของคนมอง และแปรผกผันกับความสวยของคนรอบข้าง ที่เพิ่มความเร่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญตามคมมีดของหมอแต่ละคน

-2-
วันนี้อ่านเจอเรื่องเล่าจากหนังสือ “ระยะทางอันห่างใกล้” ของคุณนิ้วกลมและคุณพิมปาย เป็นเรื่องเล่าจากเทือกเขาหิมาลัย ในบ้านของคนที่อาศัยในเทือกเขาที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ที่สุดในโลกนั้น กลับมีปฎิทินรูปเทือกเขาในสวิสเซอร์แลนด์แขวนไว้ เออหนอคนเรา อยู่ใกล้หิมาลัย แต่ใจกลับอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ คุณนิ้วกลมตั้งคำถามขึ้นมาว่า

“คนที่นี่(หิมาลัย) จะเห็นว่าวิวแบบนี้สวยไหม”

หากมีสมการความสวย ค่าความสวยกับความใกล้ชิด ค่าความสวยกับความเคยชิน จะแปรผกผันกันไหม
ยิ่งใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นว่าสวยน้อยลง
ยิ่งเคยชินกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน ก็ยิ่งเห็นว่ามันช่างสามัญธรรมดา

-3-
ความคิดทบทวนย้อนไปยังคำกล่าวที่ว่า

“beauty lies in the eyes of the beholder”
ความสวยนั้นขึ้นกับสายตาที่มอง

ท้ายสุดแล้วผมเห็นด้วยแล้วว่าความสวยนั้นสัมพัทธ์จริง แต่ความสวยของคนคนนั้นไม่ได้สัมพัทธ์กับคนรอบ ๆ ตัวเธอ หากแต่สัมพัทธ์กับสายตาของคนมองต่างหาก ดังนั้นด้วยความสวยที่ทวีขึ้นของคนรอบข้าง หากสร้างความเคยชินให้กับมอง เขาก็ย่อมเห็นเธอคนนั้นสวยน้อยลงเป็นธรรมดา

อย่างไรก็ดีความสวยนั้นก็ไม่ได้อยู่เพียงภายนอกเท่านั้น

สายตาที่มองเห็นแต่ความสวยภายนอกโดยละเลยความงามภายใน นั่นเป็นเพียงสายตาอันโง่เขลาเท่านั้น

เพราะความงามภายในนั้นสัมบูรณ์ และถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของเท่านั้น มีดหมอไม่เกี่ยว

Printer หยุดทำงานบน Mac OS X 10.5.7 Leopard

เพิ่งถอย Canon LBP3050 มาใช้งานส่วนตัว เนื่องจากภาระเรื่องการเรียน เพราะต้องส่งการบ้าน และพิมพ์เอกสารมาอ่านเป็นครั้งคราว ทบทวนแล้วซื้อตั้งแต่ตอนเริ่มเรียนน่าจะคุ้มค่ากว่า

พอเอามาใช้แล้วก็ต้องหงุดหงิด เพราะถ้าสั่งงานพิมพ์ไปได้ 2-3 หน้าเครื่องก็ไม่ตอบสนองเอาดื้อ ๆ อาการคือพอสั่งพิมพ์ไปแล้ว ตัว Printer queue ก็ขึ้นว่าส่งข้อมูลผ่าน USB ไปจนหมดแล้ว แต่พริ้นเตอร์กลับไม่พิมพ์อะไรออกมา(ใช้งานบน Mac OS X 10.5.7)

เลยแก้ปัญหาด้วยการอ่าน Manual ของไดรเวอร์พริ้นเตอร์ ก็ไม่พบวิธีแก้ไขปัญหานี้ กลับไปโหลดไดรเวอร์บนเว็บ Canon ก็พบว่าที่ใช้อยู่ก็เวอร์ชั่นใหม่แล้ว เอาไดรเวอร์เข้า ๆ ออก ๆ รีสตาร์ทหลายรอบมาก จนหมดปัญญาแล้ว ดังนั้นจึงแก้ปัญหาด้วยการรัน Windows ผ่าน Visualization ขึ้นมา ปรากฎว่าพิมพ์ได้ (แสดงว่าไม่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์) ก็เลยจำใจใช้วิธีนี้ประทังชีวิตไปก่อน จนกระทั่งวันนี้ได้เจอเอกสารเรื่อง Leopard Upgrade Issues ซึ่งระบุว่านี่เป็น Bug ของตัว 10.5.7 ที่ส่งผลถึงการเอ๋อของการสั่งพิมพ์ พร้อมมีวิธีแก้เสร็จสรรพดังนี้

Printers may stop working after installing Apple system update

Issue: In late June 2009, Apple released a system update for Mac OS X 10.5.7 Leopard. That system update appears to have a bug that may cause your existing printers to stop working in all applications, including NeoOffice.

Solution: Fortunately, we have found that the following steps should get your printers working again:

  1. Launch the System Preferences application and click on the Print & Fax icon
  2. Control click in the list of printers and in the popup menu that appers, select Reset printing system…
  3. Reboot your machine
  4. Press the + icon to readd each of your printers

Note: Resetting the printing system will, among other things, delete any custom printing presets you had created. In order to recover them, you will need to backup the following file beforehand:

~/Library/Preferences/com.apple.print.custompresets.plist (where ~ in your Home Folder)

and copy it back to the ~/Library/Preferences/ folder after resetting the printing system.

สุดท้ายก็บางอ้อ เออนะหัวเสียอยู่ตั้งนาน อย่างไรก็ดี จะให้คอยรีสตาร์ททุกครั้งที่พิมพ์ก็ตายพอดีสิครับ ได้โปรดรีบแก้ปัญหาโดยด่วน Apple !!

10 Things I hate about Macbook (Unibody)

  1. จอกระจก คงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกเกี่ยวกับเรื่องนี้
  2. Trackpad เสียงดัง เวลาเรากด ดังทั้งตอนกดลงไปและตอนปล่อย ไม่เห็นคนเค้าบ่นกัน แต่ส่วนตัวคิดว่าดังผิดปกติไปหน่อย
  3. จออ้าเวลาถือ หากประกบเครื่องแล้วถือเหมือนแฟ้ม (มือจับตรงบานพับ ถือไว้ข้างตัว) ตัวจอที่เป็นแม่เหล็กจะดีดออกมา เครื่องจะแง้ม ๆ ไม่ประกบกันสนิท ไม่ได้ห่างจนทำให้เครื่องตื่นจาก Sleep Mode แต่ก็ทำให้รำคาญได้พอสมควร ทีแรก ๆ ตอนที่ได้เครื่องมาใหม่ ๆ ไม่มีอาการนี้ แต่หลังจากไปวางไว้หลังเครื่อง Server Dell จู่ ๆ แม่เหล็กก็หมดแรงไปกะทันหัน ไม่รู้ว่าเพราะสนามแม่เหล็กของ Server Dell หรือ ถูก Dell สูบวิญญาณไป
  4. ไม่มี Firewire Port ดันซื้อ HDD External ที่มี Firewire และ USB มาใช้งาน พอใช้ไม่ได้รู้สึกเสียโอกาสเล็กน้อย
  5. เสียง DVD-Rom ที่จะต้องดังทุกครั้งเวลาเปิดฝาเครื่อง หากเครื่องอยู่ใน Sleep Mode
  6. ช่องเสียบหูฟังที่มาตรฐานดีเกินไป ทำมารองรับหูฟังที่มีไมค์แบบของ iPhone ทำให้หากเอา Jack ที่ไม่ค่อยได้มาตรฐานเสียบเข้าไปจะทำให้รูหลวมไปเลย (ซึ่ง Jack ที่มีอยู่กับตัวก็ไม่ค่อยจะได้มาตรฐานดีเท่าไหร่ ดังนั้นตอนนี้ช่อง Jack หลวม ๆ ไปซะแล้ว)
  7. ช่อง mini-Display Port ที่จะต้องทำให้เราเสียเงินซื้อหัวแปลง หลายคนอาจบอกว่า แหม ยังไม่ชินอีกเหรอ ก็ต้องขอบอกว่าใช่ครับ ยังไม่ค่อยชิน เพราะต้องควักเงินอีกพันกว่า
  8. Wi-Fi ไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ คงเพราะตัวเครื่องเป็น Aluminum ซึ่งถือเป็นฉนวนที่ดี เป็นเรื่องจนทำให้ต้องจัดหาที่วาง Access Point ในบ้านใหม่
  9. ไม่มี Multi- Card reader คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันอย่างน้อยก็ต้องมีการ์ดซักอย่างในชีวิตบ้าง ไม่มีก็ไม่ถึงกับเดือดร้อนอะไร แต่ถ้ามีคงจะดี
  10. ปิดฝาแล้วเข้าโหมด Sleep ช้ามาก (ตอนใช้ iBook เร็วกว่าเยอะ) แถมระหว่าง Sleep ก็กินแบตอย่างมีนัยยะสำคัญ

เขียนเรื่องนี้ไว้นานแล้ว แต่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยครบถ้วนเท่าไหร่ แต่เมื่อคืนงาน WWDC ทำเครื่องเราตกรุ่นไปแล้ว ดังนั้นเลยต้องรีบมาโพสต์ไว้  (ตัวใหม่มี SD Card reader แล้ว ข้อ 9 ก็นับได้ว่าตกไป)

อีกอย่างเช้านี้ตื่นขึ้นมา Macbook ที่บ้านก็กลายเป็น Macbook Pro ไปซะงั้น
หรือมองอีกมุมคือ Macbook ที่บ้านกลายเป็น Macbook Limited Edition ไปแล้ว เพราะเป็น Macbook รุ่นเดียวที่เป็น Aluminum

ปล. มีใครสังเกตุไหมว่า Macbook Pro 13 นิ้ว ให้ HDD ขนาดเล็กลง

Rock Star หน้าอินเดีย

เป็นโฆษณาที่เท่ห์มาก อดไม่ได้จนต้องเอามาลง (จริง ๆ หากินกับการโพสต์วีดีโอไปวัน ๆ )