คลาสที่เรียน IMC ที่เรียนช่วงเสาร์ อาทิตย์
ในคลาสมีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าด้วย
เดี๋ยวนี้การไฟฟ้าเองก็ต้องทำการตลาดด้วยเหมือนกัน
ประเด็นมันอยู่ที่ว่าไม่รู้เรียนกันอีท่าไหน
ทางอาจารย์ถามทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าว่า
เพราะอะไรไม่อยากเป็นบริษัท
เจ้าหน้าที่รีบชี้แจงใหญ่เลยว่า ปัจจุบันการไฟฟ้าขาดทุน
การไฟฟ้าขายไฟฟ้าในราคาที่ต่ำกว่าทุน
เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อไฟฟ้าได้ในราคาไม่แพง
ดังนั้นหากกลายเป็นรัฐวิสาหกิจล่ะก็
จะทำให้ค่าไฟกลับกลายเป็นแพงขึ้น ประชาชนลำบาก
อาจารย์สวนกลับมาในทันทีว่า
“แล้วคิดว่าการที่การไฟฟ้าขาดทุนนี่มันดีจริงเหรอครับ”
จากนั้นแกก็ไม่ได้สาธยาย อธิบายอะไรต่อไปเท่าไหร่
โดยส่วนตัวผมเองก็ไม่เห็นในการเปลี่ยนกฟผ.นะครับ
แต่เป็นในแง่ที่ว่าสาธารณูปโภคพื้นฐานนั้นควรจะเป็นของรัฐ
เพื่อประกันว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น
ประชาชนยังจะได้รับบริการในส่วนนี้อยู่
ไม่ได้มองในแง่ว่าไฟมันจะถูกหรือแพง
(อาจเพราะเป็นชนชั้นกลางมั๊ง เลยไม่สนใจเท่าไหร่)
แต่สิ่งที่อาจารย์พูดก็น่าสนใจ
เราคิดว่ามันเป็นการบริหารองค์กรที่ถูกต้องแล้วหรือ
การที่ทางกฟผ. บริหารองค์กรแล้วขาดทุน
นั่นเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและยกย่องแล้วหรือเปล่า
เราใช้ทุนมหาศาลในการโปรโมทแคมเปญรวมพลัง หารสอง
เราเปิดแคมเปญหากใช้ไฟฟ้าน้อยลง ได้ส่วนลดเป็นอ้้ตราก้าวหน้า
การขึ้นค่าไฟก็เป็นอีกทางนึง ที่จะทำให้ประชาชนใช้ไฟน้อยลง(หรือเปล่า)
มันอาจเป็นวิธีที่ไม่ดีนัก อาจมีผลกระทบในแง่ของการเติบโตของเศรษฐกิจ
มีปัญหาเรื่องการประท้วงโวยวาย ฯลฯ
แต่มันก็เป็นอีกทางหนึ่งที่น่าพิจารณาและสมเหตุสมผลด้วยประการทั้งปวง
ก็ในเมื่อหากองค์กรขาดทุนไปเรื่อย ๆ
แล้วองค์กรมันจะก้าวหน้าไปได้อย่างไร
Published on
26 February, 2006 in
Movies.
วันนี้ได้ดู Tim Burton’s Corpse Bride
ดูจนจบเพิ่งรู้ว่าเป็น Stop motion ไม่ใช่ 3D Animation
น่าอายชะมัด ทั้ง ๆ ที่ก็เอะใจอยู่
แต่มันเนียนจนตัดสินใจไม่ได้
ว่านี่มัน Stop Motion หรือ CGI กันแน่
เนื้อเรื่องงั้น ๆ ชอบตอนจบเป็นพิเศษ เพราะบรรยากาศมันหม่นมืด
แต่จบได้เจิดจ้าดี
มองในแง่ของเทคนิคแล้ว เรื่องนี้ระดับเทพ
ปล. ต้องรีบหา Wallace มาดูแล้วล่ะ กำลังอินได้ที่
ยุบสภาแล้วครับ
แปลว่าเดือนเม.ย. ต้องเลือกกันใหม่
เป็นทางเลือกที่ฉลาดมากของทักษิณ
เพราะปล่อยไปก็มีแต่เสียกับเสีย
สู้ดี ปิดเกม แล้วเปิดกระดานใหม่
กระดานที่ถ้าวางแผนดี ๆ ก็สามารถชนะได้
คิดดูสิ ขนาดเลว ๆ อย่างจอร์ช บุช ยังได้ปธน.รอบ 2
อย่างพี่ไทยจะเหลือเหรอ
(ไม่ได้ว่าทักษิณเลวนะครับ
แค่ยกตัวอย่างว่าผู้นำที่ขาดจริยธรรมเนี่ย
ยังได้เป็นผู้นำรอบ 2 จนได้
…. เอ ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ว่าทักษิณ)
คิดว่าไม่เคยเล่า ในการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา
ผมกา ไม่เลือกใคร ซักคนเดียว
หลายคนติงว่า เฮ้ย เสียของ เสียสิทธิ์
แต่ความคิดผมคือ ก็ในเมื่อมันไม่มีใครน่าเลือก
จะให้เลือกใคร(วะ) ก็กาให้เค้ารู้กันว่า
ไม่มีใครน่าเลือกเลย (โว้ย)
สมมุติว่าทุกคนรู้สึกว่า นักการเมืองมันไม่เข้าท่าซักคน
แล้วทุกคนลงไม่เลือกใคร
นักการเมืองทุกคน ไม่มีคะแนนเลยซักเสียง
คิดว่านักการเมืองคงต้องลาไปขายกล้วยแขก
เพราะเข้าใจแล้วว่าไม่มีใครเห็นค่า
โอเค ยอมรับว่าเพ้อฝัน
แต่ผมก็สุขใจที่ได้ทำอย่างนี้
ได้คิดอย่างนี้
ส่วนใครจะเป็นรัฐบาล
ก็ให้อีก 59,999,999 ล้านคนที่เหลือตัดสินก็แล้วกัน
ถ้าใครติดตามเป็นสาวกจะทราบดีว่า
Powerbook เป็นรุ่นแรกที่มีจอใหญ่ที่สุดคือ 17 นิ้ว
Powerbook เป็น Notebook รุ่นแรกที่เป็นจอ Wide Screen
ประมาณนั้น
รูปนี้เจอในบอร์ดเห็นตลกดีเลยเอามาลง

ในภาพเป็น Powerbook จอขนาด 50 นิ้ว (โคตรบ้า)
ปล. วันที่ 28 ก.พ. นี้ ท่านผู้นำประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่(อีกแล้ว)
คาดกันว่าอาจจะเป็น Mac mini ตัวใหม่ ที่เป็น Entertainment เต็มรูปแบบ
กับ iBook รุ่นใหม่ จอ 13.3 นิ้ว จอ Wide
ก็ลุ้นกันต่อไป
พอมาสังเกตุตัวเองดูดี ๆ
พักนี้ใจจดใจจ่อกับ mailbox ในอีเมล์มาก
ว่าเมื่อไหร่จะมี e-mail ส่งมาถึง
ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครส่งมาซักเท่าไหร่อยู่แล้ว
เกือบทั้งหมดที่ได้รับก็เป็น Forward Mail ที่ส่งต่อ ๆ กันมา
ทั้ง ๆ ที่เคยดูแคลนว่า มันเป็นแค่ Mail ที่ส่งต่อ ๆ กันมา
แต่พักนี้กลับดีใจ เวลาที่ได้รับและเปิดอ่าน
แม้ว่ามันจะเป็นแค่ Forward Mail ที่ส่งต่อ ๆ กันมา
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เดาเอาว่าลึก ๆ ผมคงเหงาอยู่
วันอาทิตย์ไปเรียนหนังสือมาครับ
เป็นคอร์สสั้น ๆ เกี่ยวกับ Marketing
หัวเรื่องใหญ่ คือ IMC Integrated Marketing in Communication
แปลเป็นไทยว่า การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ
แปลไทยเป็นไทยว่า การโปรโมทแบบครบเครื่อง
ความหมายคือ การทำการประชาสัมพันธ์
โดยการใช้เครื่องมือทางการตลาด (เช่น โฆษณาทีวี, ป้าย, อีเวนท์ ฯลฯ)
หลาย ๆ ตัวพร้อม ๆ กันเพื่อให้การประชาสัมพันธ์มีประสิทธิภาพสูงสุด
คราวนี้ Case Study ที่เราทำกันวันอาทิตย์คือ
“รถมอเตอร์ไซค์ในฝัน”
อาจารย์ให้เขียนสิ่งที่่เราอยากได้ไว้ในกระดาษ
สิ่งที่ประทับใจคือ มีเจ้าหน้าที่จากบ.ขายมอเตอร์ไซค์เขียนว่า
อยากให้มอเตอร์ไซค์มีนาฬิกา
เออ คิดได้สมเป็นคนในวงการจริง ๆ
เพราะว่าหากเราขี่มอเตอร์ไซค์อยู่
เราจะได้ไม่ต้องปล่อยมือซ้ายมาดูเวลา
ก็สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย
(โอเค ว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็นในการยกมือมาดู
แต่โดยไอเดียมันก็เจ๋งน่ะ ว่าไหม)
อีกข้อคือสิ่งที่ไม่อยากให้มีเค้าบอกว่า ซี่ของล้อ
โดยเค้าให้เหตุผลว่า มันมีเยอะ ทำให้ทำความสะอาดได้ยาก
หากเป็นไปได้ อยากให้มันมีน้อย ๆ จะได้เช็ดไม่กี่ครั้งก็สะอาด
นอกนั้นคนส่วนใหญ่อยากให้มอเตอร์ไซค์ไม่ร้อน
ไม่อันตราย ไม่มีควันดำ ลดหลั่นกันไป
น่าตื่นใจดีที่คนเรามีความคิดที่หลากหลายได้ขนาดนี้
ปล.ผมอยากให้รถมอเตอร์ไซค์มีที่เก็บขาตั้งอัตโนมัติ
เพราะเกือบล้มอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากลืมเก็บ ไม่รู้คนอื่นเป็นกันหรือเปล่า
จริง ๆ ว่าจะเลี่ยง ๆ ไม่ข้องเกี่ยว
แต่สถานการณ์แวดล้อมตอนนี้มันทำให้รู้สึกอยากเขียนขึ้นมา
เรื่องของนายกฯนั่นแหละครับ
แรก ๆ บอกตามตรงว่าผมงง ๆ เรื่องขายหุ้น
เอาเป็นว่าผมไม่ค่อยรู้สึกว่านายกฯผิดเท่าไหร่
ก็ในเมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องของลูก ๆ ท่านนายกฯเค้าทำกัน
แล้วมันก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร
แต่พักหลัง ๆ นี้ท่านนายกฯบอกอยู่อย่างเดียว
ทุกอย่างที่ทำถูกต้อง ไม่ผิดกฎหมาย รับรอง
ประมาณว่า คนเราแค่ไม่ผิดกฎหมายก็เป็นคนดีได้
ผมว่าคนเราควรมีอะไรมากกว่านั้น
ไม่งั้นไม่มีคนคบไม่รู้ด้วยนะครับ ….
Published on
17 February, 2006 in
Day Life.
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่อัพเดท
บังเอิญยุ่ง ๆ กับการทำเว็บให้คนอื่นอยู่ครับ
แวะชมได้ที่ www.hqu.ac.th
ถ้าเสร็จแล้วคงมีโอกาสได้อัพของตัวเอง
เป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้
แต่อย่างน้อย ๆ มาฆบูชาปีนี้ได้ไปเวียนเทียน
และวาเลนไทน์ปีนี้ ก็ไม่เงียบเหงา
น่าจะเป็นปีที่ดีนะ ว่าไหม
ธุรกิจที่ดูแลมีส่วนหนึ่งที่เป็นโรงแรม
โรงแรมเป็นธุรกิจที่แปลกแตกต่างจากการค้าทั่วไป
ค่าที่ว่ารายได้ของโรงแรมขึ้นกับการขายห้องพัก
(ส่วนนี้เรานับว่าค่าห้องถือเป็นรายได้หลัก
และถือว่าห้องอาหาร ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม ฯลฯ เป็นรายได้รอง)
เรามีสินค้าคือ ห้องพักทั้งสิ้น 33 ห้อง
นั่นหมายถึงว่า รายได้เราอาจจะได้เพียง 0 บาท
ในกรณีที่ขายห้องพักไม่ได้เลย
และหากคืนนั้นขายห้องพักไปได้กี่ห้อง
ก็จะเป็นรายได้ของวันนั้น ๆ
ส่วนห้องที่เหลือ เท่ากับไม่ได้เงิน
ซึ่งจะไม่เหมือนกับการขายสินค้าอื่น ๆ
อย่างพรินเตอร์ หากคุณขายไม่ได้วันนี้
พรุ่งนี้คุณก็ขายพรินเตอร์ตัวเดิมต่อไป (จนกว่าจะขายได้)
แต่ห้องพักไม่ใช่ สินค้าวันนี้ก็หมดอายุวันนี้
โอกาสสร้างรายได้เกิดขึ้นรายวัน ไม่ใช่รายสินค้า
อย่างไรก็ดี รายได้ของโรงแรมจากการขายห้องพัก
จะไม่มีทางมากไปกว่ามูลค่าจากการขาย 33 ห้องไปได้
นี่คือข้อจำกัดทางด้านรายได้
Continue reading ‘เงินนี่นี้ ท่านได้แต่ใดมา’
Published on
7 February, 2006 in
Opinion.

เห็นรูปจากพันธุ์ทิพย์ น่ารักดี เลยเอามาโพสต์
ไม่ได้มีจุดหมายในการโจมตี หรือ สนับสนุน