วันนี้ระหว่างกำลัง Check in เพื่อรับ Boarding Pass ขึ้นเครื่องบิน Air Asia มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุยด้วยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ขอร้องให้ช่วยฝากสัมภาระของเธอบางส่วนขึ้นเครื่องในนามผม เนื่องจากว่าน้ำหนักของสัมภาระที่ฝากใต้ท้องเครื่องแต่ละคนจำกัดที่ 15 กิโล (คิดว่านะ ถ้าเกินนี้คิดกิโลละ 80 บาท) บังเอิญผมไม่มีกระเป๋าโหลด และทำการขึ้นตั๋วเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถช่วยเหลือได้ จึงปฎิเสธไปว่ารับฝากไม่ทันแล้ว
ในทางกลับกัน ไม่รู้ว่าจะเป็นการมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือไม่ ว่าสัมภาระที่จะฝากในนามเรา ก็ไม่รู้ข้างในเป็นอะไร เกิดเป็นยาบ้า หรือ อะไรที่ผิดกฎหมายขึ้นมา อย่างนี้คงโชคร้ายน่าดู
ระหว่างที่เครื่องกำลังออก ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้บนเครื่อง พนักวางแขนคั่นเราไว้กับผู้โดยสารข้าง ๆ แม้จะแข็งแรงมากจากวัสดุ แต่ความคับแคบของที่นั่งก็ทำให้เรารู้สึกว่า อาณาเขตส่วนตัวของเราโดนก้าวล้ำมาเป็นระยะ ๆ ผมนั่งคิดเรื่องนี้พร้อมกับรู้สึกไม่แน่ใจว่าพอเราเติบโตขึ้น เรามองโลกในแง่ร้ายขึ้น หรือ เรารอบคอบขึ้นกันแน่

ปกติผมไม่ดูบอล
แต่ว่าโฆษณาตัวใหม่ต้อนรับบอลโลกของ adidas นี่เจ๋งจริง ๆ
ไม่เชื่อลองดูสิครับ Impossible Team
เปิดแล้วกดที่ Watch Movie ด้านขวา
ปล. ขออนุญาตปิดการ Comment Entry นี้ไว้เนื่องจากปัญหา Spam Comment
ว่าแล้วพอได้ยินชื่อไทย “คนอึดทะลุเมือง”
รู้กันได้ทันทีว่าพระเอกคือคุณ Bruce Willice
ตามข้อสังเกตุที่เคยเขียนไว้แล้ว ที่นี่ และ ที่นี่
ข้อเขียนด้านหลังนี้มีการเปิดเผยเนื้อหานิดหน่อย (พออ่านได้)
ตัวหนังสนุกกว่าที่คิดไว้ จริง ๆ แล้วขอบอกว่า พอเห็นหน้าพี่บรู๊ซ ก็รู้สึกว่าหนังอาจจะไม่สนุกแล้วล่ะ แต่ก็มีลุ้นว่าจะดีได้เนื่องจากผู้กำกับ
ส่วนตัวรู้สึกว่าบรู๊ซเองเล่นหนังไม่ค่อยเก่ง เป็นคนแสดงอารมณ์ได้ไม่ค่อยดี บทนายตำรวจขี้เบื่อ หมดอาลัยตายอยาก เลยเหมาะเหม็ง หน้าเบื่อ ๆ ไม่ต้องแสดงอารมณ์ และใช้กล้ามเนื้อมากหน่อย
ตัวหนังดูไม่หนักแน่นบางครั้ง (บางทีก็ฆ่า บางทีก็ไม่ ดูแล้วงง) บางส่วนคลุมเคลือ อย่างเหตุการณ์ในอดีต ส่วนตอนสุดท้ายหักมุมปล่อยคนไป เหมือนจะดี แต่เราเลยไม่ค่อยเข้าใจว่างั้นจะลำบากมาขนาดนี้ทำไมเนี่ย
ฉากบนรถบัสทำได้ฉลาดดี ส่วนที่เหลือก็แสดงความฉลาดได้เนียนดี (ยกเว้นตอนท้ายเรื่องอัดเทป อันนี้เดาได้) พี่มืดก็เล่นดี และแม้ว่าจะพูดอยู่ไม่หยุด แต่ก็ไม่น่ารำคาญ แปลกดี (ไม่เหมือนจาจาร์ บิงค์ ใน Star Wars อันนั้นน่ารำคาญมาก)
ให้คะแนน 7.2/10 (อานิสงค์ได้จากความสนุกเกินคาดซะส่วนใหญ่)

เพิ่งได้ดู Sin City ครับ
หมายถึงหนังนะครับ ไม่ใช่เว็บ http://www.sincity.com/
ที่ถึงอยากดูตอนนี้ก็ดูไม่ได้แล้วนะ
เพราะประเทศเราเสรีไม่เพียงพอจะได้ดูแล้วล่ะ
สิ่งที่เป็นพระเอกไม่ใช่บท ไม่ใช่ดารา แต่เป็นสไตล์ ความสามารถของดิจิตอลสร้างรูปแบบภาพยนต์ใหม่ ๆ ขึ้นมาบนโลก ที่น่าทึ่งคือ เพียงแค่ไม่กี่ปี หนังที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลก็ฉายขึ้นโรงได้แบบเนียน ๆ (ไม่ใช่ทึม ๆ แบบที่ 28 days later หรือ Russian Ark เคยทำไว้เมื่อหลายปีก่อน คงเพราะ Sin city เอามาแต่งทีหลังเยอะด้วยน่ะแหละ) ตัวหนังก็สนุกใช้ได้ โหดเกินกว่าที่คาดไปหน่อย จริง ๆ อยากดูก็เนื่องจากพี่เควนตินกำกับนี่แหละ ซึ่งตอนที่กำกับ (ตอน The Big Fat Kill อยากรู้ตอนไหน ก็ตอนที่โหดที่สุดนั่นแหละครับ มีศพพูดได้ด้วย) ในหนังเรื่องนี้ก็ดูดีทีเดียว
หนังสร้างขึ้นจากเรื่องสั้น 4 ตอนของการ์ตูน (รวมตอน The Customer is Always Right เข้าไปด้วย (ตอนพี่จืด จอร์จ ฮอร์เน็ต) สั้นมากจนไม่รู้จะเอาเข้ามาทำไม) แต่ละเรื่องแยกจากกันเกือบจะเด็ดขาด เว้นแต่บางช็อตมีการคาบเกี่ยวกันนิดหน่อยบางช่วง พอให้คนดูงง ๆ ธีมหลักแต่ละเรื่องว่าด้วยการหักหลัง ล้างแค้น เลือดสาด ตามสไตล์ฟิล์มนัวสะใจคอบอลเป็นอย่างแรง
หนังดูได้พอมัน ๆ บางคนบอกว่าเป็นหนังประเภทไม่ชอบก็เกลียดไปเลย (ประมาณหนังคัลท์) แต่ผมขอแย้งแล้วล่ะ เพราะผมเฉย ๆ แฮะ ไม่ถึงกับชอบมากมาย แต่ก็ไม่เกลียดเช่นกัน

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ดูแค่สไตล์ด้านภาพอย่างเดียวก็คุ้มแล้ว
โดยปกติพนักงานเก็บเงินหรือแคชเชียร์ ทำหน้าที่รับเงินสดจากลูกค้า ทอนเงินคืน หน้าที่หลักประมาณนี้ หัวใจสำคัญคือ ทำอย่างไรให้ยอดเงินในบัญชีที่ระบุนั้น ตรงกับเงินที่เก็บมาจริง ๆ ที่อยู่ในลิ้นชัก
เจ้าของกิจการไม่ต้องการจะไปนั่งเฝ้าร้านทั้งวันเอง ก็จ้างแคชเชียร์มานั่งเก็บเงิน คุมแคชเชียร์ด้วยระบบบัญชี ถ้ายอดเงินที่ปรากฎในบัญชี (บิลซื้อขาย) วันนี้ตรงกับเงินในลิ้นชักก็ถือว่าถูกต้อง แต่หากไม่ตรงกันก็ถือว่ามีปัญหา
ปกติความผิดพลาดจะมีอยู่สองอย่างคือ เงินเกิน กับ เงินขาด
(กรณีของเงินในลิ้นชักกับบัญชีตรงกัน แต่สต๊อคตัดผิด อย่างเช่น ขายซออู้ แต่ตัดสต็อคซอด้วง ยอดเงินตรงกับบัญชี แต่สต็อคสินค้าผิดแล้ว เพราะซออู้จะเกินมา 1 ส่วนซอด้วงจะขาด 1 อันนี้ไม่อยู่ครอบคลุมกรณีของแคชเชียร์ที่เราจะพูดกันในวันนี้)
กรณีเงินเกิน
โดยปกติเงินเกินจะเกิดจาก การขายแต่ลืมลงบัญชี หรือถ้ามองทันสมัยหน่อย ก็ขายไป แต่ไม่ได้ยิงบาร์โค้ด หรือไม่งั้นก็ลงยอดเงินในบัญชีผิด
กรณีเงินขาด
โดยปกติ เงินขาดจะเกิดจากการลงยอดเงินผิด หรือไม่ก็ทอนเงินพลาด Continue reading ‘เงินขาด – เงินเกิน’
MacBook Pro รุ่นจอ 17 นิ้วออกแล้ว
ตามความคาดหมายที่ต้องออกแน่ ๆ
แต่ไม่คิดว่าจะเปิดตัวเงียบ ๆ แบบนี้
ค่าตัวอยู่ที่ 2,799 ดอลล์ (ราว 1xx,xxx คิดที่ดอลล์ละ 38 บาทมาเมืองไทยคงซักแสนสอง) เพิ่มนิดเพิ่มหน่อยตามสไตล์ จริง ๆ ส่วนตัวคิดว่าท่าจะหนักแฮะ เฉย ๆ เรื่องที่เปิดตัว 17 นิ้ว อยากให้ลดราคา 15 นิ้วลงมาฮวบ ๆ เหมือน Aperture มากกว่า (จาก 499 เป็น 299 .. เอากับเขาสิ)
เดี๋ยวรอ Leopard ออกมาก่อน ถ้า Virtualization ได้สมบูรณ์ก็ว่ากันใหม่ ตอนนี้ใช้ iBook G4 ตัวเดิมไปก่อน (แต่อยากได้ HDD เพิ่มจัง 40 GB สมัยนี้ไม่ค่อยพอจริง ๆ แหละ ตัดหนังไม่ไหว ที่น้อยไป)
ปล. ตอนนี้ตั้งใจว่าถ้าถูกหวย 40 ล้านจะซื้อ MacBook Pro 15″ เป็นอย่างแรก, ไปเที่ยวใต้ซัก 5 วัน, ตอนนี้ pocketpc phone ไม่มีตัวไหนถูกใจ ใช้ SE T610 ตัวเดิมต่อไป, ที่เหลือก็เอาไปใช้หนี้ (พูดไปงั้นแหละ ไม่เคยซื้อหวยหรอก)
Published on
23 April, 2006 in
Fun and Music.

หลังจากวง Moffet แตก สองคนในวงออกมาตั้งวงใหม่ แล้วเลิก จากนั้นพ่อมาเปิดโรงเรียนนานาชาติ ก็มาช่วยสอนภาษาอังกฤษ มาอยู่ไม่นาน ก็ออกอัลบั้มกับโซนี่ ได้มาเป็นอย่างที่เห็น เพลง ฝรั่งจ๋า มีอาภาพร นครสวรรค์มา Featuring ให้ อารมณ์เป็น งง ๆ ลองฟังดู แร็พไทย ฮุคโดยฝรั่ง
ดู MV ได้ที่นี่
เนื้อเพลง
Title : Farang Ja
Artist : Same Same
Album : Meaning Of Happy
Music by: Bob Moffatt, Clint Moffatt
Words by: Bob Moffatt, Clint Moffatt & ทวีทรัพย์ จีบสุวรรณ (หมูคันไถ)
Publishing: Pete & Repeat Publishing
Thai Lyrics (P)&(C): Sony BMG Music Entertainment Thailand
A1: ฝัน……เมื่อคืนใจสั่น เดินตรอกข้าวสาร อยากทานฝรั่ง
มีส้มมีเงาะสะพรั่ง มองหาฝรั่ง ไม่มี มายก็อด
ฝรั่งผล ไม่เห็น เห็นแต่ฝรั่งเป็น สุดยอด
ขอบใจ มายก็อด เท่ห์น่ากอด มาคู่ซะด้วย
A2 : หนุ่มแน่น สแตนด์อัพ หล่อวับ ประทับใจ
คุย……จะคุยดีไหม ว้าว ควง……จะควงดีไหม
มา……ล่ะมาจากไหน อยากจะได้ไว้ดอง ย่ะ
I have waited so long to belong to you
And now that you’re here let’s disappear
Hook : อยากจะบิน บินไปสู่ วิมาน
ไปด้วยกันสามคน ฝ่าแดดฝน……
บน ฟ้าสีคราม สนามรัก ลมพัดโชย
โบกบินโบย……สวรรค์ร่วมกันเบื้องบน
A3 : เนื้อแน่น แมนนัก จะลองรัก สักสองคน
คุย…… จะคุยดีไหม ว้าว ควง……จะควงดีไหม
อยาก จะมีเซอร์ไพร์ส เก็บแอบไว้สองคน เยส
I have waited so long to belong to you
Now that you’re here let’s disappear
Hook : อยากจะบิน บินไปสู่ วิมาน
ไปด้วยกันสามคน ฝ่าแดดฝน……
บน ฟ้าสีคราม สนามรัก ลมพัดโชย
โบกบินโบย……สวรรค์ร่วมกันเบื้องบน
จาก Pantip.com
ดู ๆ แล้วเหมือนฝรั่งสองคนนั้น Feat. ให้อาภาพร ซะมากกว่า
อารมณ์เหมือนทาทา เพลง Dangerous ก็น่าจะให้เป็น Feat. ให้ Thaitay ซะมากกว่าเหมือนกัน
โดยส่วนตัวจากที่ดูมิวสิค มีความรู้สึกว่าทีมงานจัดภาพลักษณ์ของอาภาพรเหมือนเมียฝรั่งไปหน่อย ไม่ค่อยชอบ แต่กับเนื้อหาเพลง ผมว่าก็คิดว่าโอเค ขำ ๆ
เจอจากบล็อกคุณ DeeDee

หนังกำกับได้ทรงพลัง และภาพสวยมาก ดูแล้วได้อารมณ์อเมริกาใต้ชัดเจนดี ประเด็นอาจจะพื้น ๆ ไปหน่อย แต่ก็อุดช่องว่างด้วยลีลาการเล่าเรื่องหวือหวาแทน
อย่างนึงที่น่าเสียดายคือดูโดยที่ไม่รู้มาก่อนว่าหนังสร้างจากเรื่องจริง ทำให้ความเข้มข้นน้อยลงไป มารู้เอาตอนจบก็ เฮ้ย มีคนที่ใช้ชีวิตแบบนี้ด้วย ฮาร์ดคอร์สุด ๆ อย่างตอนแรกที่ฝูงเด็กชักปืนมาเพื่อยิงไก่เพียงตัวเดียวก็ทำเราเหวอรับประทานไปเลย
รู้สึกชอบฉากเปิดเป็นพิเศษ ตัดต่อได้ทรงพลัง อย่างแรง !
หนังดูได้สนุก ๆ ไม่ต้องกลัวว่าหนังรางวัลเรื่องนี้จะน่าเบื่อ ลีลาหนังยังกับระบำแซมบ้า ผสมอาหารบราซิลเลี่ยนใส่พริกซักเข่งเห็นจะได้

นี่ไม่น่าจะเรียกว่าน่าทึ่ง นี่มันระดับเหลือเชื่อ!
คิดได้ไงน่ะ
คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่ คลิกที่นี่เพื่อดูด้วยตาตัวเอง
โถปัสสาวะอันที่ 4 นับจากทางซ้ายในห้องน้ำที่สวนสาธารณะ(ทุ่งศรีเมือง)ที่ผมไปวิ่งประจำ ก้านกดเพื่อให้น้ำไหลมาชำระโถ มันหักหายไปไหนก็ไม่รู้ ขณะที่ก้านกดของอีก 5 โถที่เหลือยังปกติดี
ห้องน้ำนี้เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ไปเมื่อไม่นานมานี้ ราว ๆ กลางปีที่แล้วเห็นจะได้ ตอนที่เสร็จใหม่ ๆ วันนั้นผมเองไม่ค่อยปวดเท่าไหร่ แต่ก็อุตส่าห์หาเรื่องแวะเข้าไปฉี่ทิ้งไว้เป็นที่ระลึกจนได้ แต่ก็อย่างว่า ของที่ใช้ร่วมกันสาธารณะก็มักจะทรุดโทรมเร็วเป็นธรรมดา
วันนี้ไม่ได้จะมาตีโพยตีพายว่าคนไทยไม่รักษาของส่วนรวมหรอกนะครับ ไม่ใช่ประเด็นนั้น ของที่เป็นของเราบางครั้งเรายังรักษาได้ไม่ดีนัก นับประสาอะไรกับห้องน้ำสาธารณะ
ห้องน้ำโรงเรียนก็เป็นอีกที่นึงที่คาดหวังได้เลยว่าเน่าสนิทไม่ว่าโรงเรียนไหน ผู้บริหารโรงเรียนบอกว่าก็มันแหงสิ คนตั้งเยอะ จะให้มันไม่เละได้อย่างไร ที่ปรึกษาอาวุโสท่านนึงกล่าวสวนขึ้นมากลางวงว่า แล้วทีห้องน้ำในสนามบินหรือห้างสรรพสินค้า ทำไมสะอาดได้ตลอดเวลา?
ระหว่างที่ปลดทุกข์อยู่นั้น ผมมองไปที่โถปัสสาวะที่ปราศจากก้านกดน้ำ พลางคิดว่าหากเราจะมองเรื่องนี้แบบใหม่
1. ห้องน้ำสาธารณะไม่ควรใช้โถ และคันโยกกดน้ำ ควรเปลี่ยนเป็นรางที่ก่ออิฐขึ้นมา กั้นด้วยอะลูมิเนียมเป็นล็อค ๆ และใช้ระบบน้ำล้างแบบอัตโนมัติแทนการจะคาดหวังให้คนกดน้ำทุกครั้งที่ใช้งานเสร็จ
2. งบสำหรับการบำรุงรักษาเป็นสิ่งจำเป็น เราจะไม่บ่นอุบว่าทำไป เดี๋ยวพวกคนมาใช้ก็ทำพังอีก ไม่ว่าเครื่องใช้เหล่านี้จะชำรุดกี่ครั้ง เราก็ควรจะซ่อมแซม อย่างการที่ก้านกดน้ำทนมาได้เกือบปี มองอีกแง่ก็ถือว่าทนและคุ้มค่าแล้ว
ผมล้างมือที่อ่างล้างมือ และคิดว่าพรุ่งนี้ต้องตามช่างมาเปลี่ยนก๊อกน้ำของห้องน้ำที่ร้าน (ที่ใช้บริการลูกค้า) ที่เกลียวก๊อกชำรุดและปิดให้สนิทได้ยากแล้วล่ะ