Monthly Archive for August, 2006

Trust Mac

แคมเปญโฆษณา Get a mac ของ Apple เปิดตัวไปเมื่อหลายเดือนก่อน หลังจากนั้นก็ทยอยปล่อยโฆษณาออกมาให้ดูเรื่อย ๆ บอกตามตรงว่าจริง ๆ ก็ไม่ค่อยถูกใจซักเท่าไหร่ ดูไปก็หัวเราะแค่หึ ๆ เท่านั้น คิดว่าเหตุผลคือไม่ค่อยชอบที่เอาชาวบ้านเค้ามาเปรียบเทียบ (แม้ว่าจะดูน่ารักน่าเอ็นดูในระดับนึงก็ตาม) และฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่
วันนี้ได้มาเขียนถึง เพราะเป็นอันแรกที่ดูแล้วหัวเราะก๊าก ไม่รู้คนอื่นเป็นไหม แต่ชอบจังอันนี้น่ะ Trust Mac

ไม่รู้ทำไม ยิ่งดูไป ผมกลับเอ็นดูคุณ PC มากกว่าแฮะ

เครื่องร้าว ใจก็พลอยร้าวไปด้วย

วันนี้ได้อ่านข่าว Apple เรียกถ่านแล็บท็อปคืน เลยแอบลุ้นว่าจะได้ถ่านก้อนใหม่หรือเปล่า เพราะใช้มาจะปีพอดี ได้ถ่านใหม่ก็ดีเลยสิ
ปรากฎว่าแกะมาตรวจไม่ตรงตามเงื่อนไข (หมายเลขอยู่คนละช่วง) อืมน่าเสียดาย

ได้พูดเรื่องนี้ก็ขอบ่นหน่อย ถ้าจำกันได้เครื่อง iBook ผมแตกที่ขอบจอด้านใน และได้ไปเปลี่ยนที่ Mac Center ก็โดนไปพันกว่าบาท หลังจากนั้นไม่ได้เล่าให้ฟังต่อ

เรื่องของเรื่องคือ พอกลับมาได้ 3 วัน พลาสติกรอบน็อตที่ใต้เครื่องเกิดอาการร้าว สาเหตุน่าจะมาจากการขันน็อตแน่นเกินไปของช่าง เลยไปรื้อหาไขควงมาขันให้หลวมซักหน่อย แม้รอยแตกก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่รู้จะทำไง เพราะบ้านอยู่ต่างจังหวัด พอจากนั้นราว 1 สัปดาห์ รอบน็อตที่ขอบจอด้านนอกทางขวาก็ร้าวไปตามกันอีก จนใจจริง ๆ

(หลังจากนั้นอีกราว ๆ เดือนกว่า ๆ )ได้ไปกทม. เลยถือโอกาสแวะไปที่ Mac Center อีกรอบเอาไปให้เค้าดู บอกว่าน่าจะเพราะช่างขันแน่นเกินไป ไม่รู้ว่าครอบคลุมเงื่อนไขรับประกันหรือเปล่า เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าตอนรับเครื่องมันไม่แตก ก็สรุปว่าไม่ใช่ความผิดของทางบริษัท ส่วนนี้ไม่เปลี่ยนให้ เลยพยายามอธิบายว่าถ้ามันแตกตามริมเครื่องก็รับได้ว่าผมอาจเอาไปกระแทกอะไรเข้า แต่นี่มันแตกจากน็อต ก็เป็นเพราะช่างชัวร์อยู่แล้ว แต่เค้าก็ยืนยันว่าไม่อยู่ในเงื่อนไขจริง ๆ ในฐานะอยู่ในวงการก็พอเข้าใจว่า แม้ช่างทำจริง แต่บริษัทก็ไม่สามารถรับผิดชอบได้ ไม่งั้นบริษัทคงไปตัดเงินเดือนช่างแทน

ตอนแรกว่าจะถามราคากรอบด้านนอกว่าแพงไหม คิดไปคิดมาเปลี่ยนใจ ไม่ดีกว่า เพราะถ้าเปลี่ยนใหม่ แล้วช่างขันกรอบแตกอีก คงเซ็งหนักเข้าไปใหญ่

คิดได้ดังนี้ เครื่องต่อไปถ้าเป็นไปได้จะไม่ใช้Mac Book แล้ว ขอเป็น Mac Book Pro สถานเดียว (ส่วนจะหาเงินจากไหนอีกเรื่องหนึ่ง)

แต่ตอนนี้ใช้ตัวเดิมไปให้คุ้มก่อน

เหงาล่ะสิ

eYacht : ไม่ค่อยเห็นหน้าแม่ ่เลย 3 วันแล้วเนี่ย
แม่ : ปกติไม่เจอหน้าไม่เห็นเคยบ่น เหงาล่ะสิ

eYacht : …… (อ๊ะ โดน)

ช่างทองใจคด (ภาคเฉลย)

เมื่อวานมีรุ่นน้องทวงเรื่อง ช่างทองใจคด ที่เคยถามไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน สารภาพวันนี้ว่าลืมไปแล้วว่าต้องกลับมาเฉลย ใครยังไม่ได้อ่านคำถามก็อ่านซะตอนนี้ครับ ก๊อปมาลงให้วันนี้แถมคำใบ้ด้วย โดยไม่ต้องกดกลับไปหน้าเก่า หรือยังไงก็อยากไปอ่านอันเก่าก็กดได้ที่นี่ (ปล. Comment ที่ตอบหน้านั้นไม่ถูกนะครับ)

ถ้ามีทองหนัก 100 กิโลกรัมนำไปให้ช่างทองตีเป็นเหรียญทองคำเหรียญละ 1 กิโลกรัมจะได้เหรียญทั้งหมด 100 เหรียญ แบ่งใส่ไว้ในถุง 10 ถุง ถุงละ 10 เหรียญ
แต่ปรากฎว่าช่างทองใจคดขโมยไป 1 กิโล แล้วทำให้เหรียญ 10 เหรียญในถุงใดถุงหนึ่งเป็นเหรียญละ 900 กรัม ซึ่งพอรวมทั้งหมด 10 เหรียญ จะหนักเพียง 9 กิโลเท่านั้น
คำถามคือ ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถระบุได้ว่าถุงใดหนัก 9กิโลกรัม โดยการชั่งน้ำหนักเพียงครั้งเดียวบนตาชั่งธรรมดาทั่วไป (ชั่งเพียงครั้งเดียว คือวางอะไรก็ได้ลงไปบนตาชั่ง เข็มกระดิกเพียงครั้งเดียว ก็ได้คำตอบทันที ไม่มีการกระดิกของเข็มตาชั่งอีก) นอกจากนี้เรายังไม่สามารถระบุความแตกต่างได้โดยสายตา หรือการถือขึ้นมาเทียบน้ำหนักได้
ลองคิดกันเล่น ๆ ดูครับ

คำใบ้
ในเมื่อชั่งได้ครั้งเดียวเท่านั้น ต้องสร้าง Index ที่สามารถแยกแยะถุงแต่ละใบออกจากกันในการชั่งรวมกัน

……คิดไม่ออก
อ่านเฉลยกดที่คำว่า (more) ด้านล่าง
Continue reading ‘ช่างทองใจคด (ภาคเฉลย)’

พิมพ์ย้อนหลัง

ปกติถ้าเราพิมพ์เอกสารออกมาจากโปรแกรมเวิร์ด จากเอกสาร 10 หน้า มันจะพิมพ์หน้าแรกออกมาก่อน หน้าที่2จะออกตามกันมาจนครบ พอเรามาหยิบจากถาด มันจะเรียงกันสลับจากหน้าหลังสุดไปหน้าแรกสุด
วันนี้นั่งหาวิธีสั่งจากไดรเวอร์อยู่พักนึงว่าทำไงดี พนักงานที่ร้านสอนว่า อย่าไปเลือก Print All ให้พิมพ์ในช่องกรอกเลือก ว่าจะพิมพ์หน้าไหน ให้ใส่เป็น 10-1 ก็จะได้เอกสารที่เรียงกันอย่างถูกต้อง

อืม ง่าย ๆ แต่ได้ผล

MV El Nin Yo (Uncensored)

MV El Nin yo
Ta ta Young – Album Temperature Rising
(It’s Hot and Burn!!)

ปล. ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวหน่อยครับ พอผมได้มีโอกาสดู MV เวอร์ชั่นนี้จบ ผมก็รู้สึกที่งในเรื่องของความกล้า และความสามารถของเด็กสมัยนี้จริง ๆ นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่ใครจะกล้ามาแสดงออกถึงขั้นนี้ ไม่มีอย่างอื่นจะบอกนอกจากว่า “น่าทึ่งจริง ๆ”

ปล.เนื่องจากเจ้าของไฟล์ได้ทำการลบคลิปเด็กปีศาจออกจาก YouTube ไปแล้วดังนั้นวันนี้จึงขอเพิ่มอันใหม่เข้ามาแทนครับ ดูได้ที่นี่ MV El-Ka-tag น่าสะพรึงกลัวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

SOAP :: Snakes On A Plane

ถ้ากำหนดให้พูดอธิบายหนังเรื่องนี้ด้วยคำสองคำ ผมจะบอกว่า “มีงูบนเครื่องบิน” และ “มันมาก”
ฟังดูเหมือนเสีย 1 คำไปให้กับชื่อหนัง(ซึ่งมันบอกชัดเจนอยู่แล้วว่าหนังเกี่ยวกับอะไร) แตุ่้ถ้าไม่พูดคำนี้ ก็ไม่คัลท์น่ะสิครับ

ไปดูมาครับ หลายวันก่อน หนังสนุก ลุ้น ๆ ดี แต่ไม่คัลท์อย่างที่หวังไว้ (ทำดีไปหน่อย -เอ๊ะยังไง) น่าเสียดายทีเดียว ผมเข้าไปดูกะว่าจะคัลท์กว่านี้ แหม ๆ น่าเสียดาย แต่ก็พออภัยได้เนื่องจากหนังสนุกดี

หนังเรื่องนี้มีชื่อเสียงกันมาก่อนเข้าฉายโขอยู่ด้วย

  1. ตั้งชื่อได้ “มุกควาย” มาก
  2. มีแฟนรอคอยมากหมาย พร้อมแสดงความเคารพด้วยการทั้งทำเสื้อขาย แต่งตอนจบกันใหม่อย่างเมามัน ออกแบบโปสเตอร์ใหม่ ทำหนังตัวอย่างใหม่ มีบล็อก ฯลฯ หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บต่อจาก The Blair Witch Project
  3. แฟน ๆ กรี๊ดสลบเมื่อคุณ Samuel L. Jackson จะโผล่มาสบถฟัคให้ฟังกัน (เฮียแกขึ้นชื่อว่าสบถฟักได้มาเธอร์ฟักเกอร์สะใจสุด ๆ )
  4. วลีเด็ด “Enough is enough! I have had it with these muthafuckin’ snakes on this muthafuckin’ plane!” ฮิตในหมู่แฟน ๆ ที่รอคอย ก่อนหนังฉายเสียอีก กดที่นี่เพื่อฟัง
  5. ตัวหนังโชว์คัลท์ด้วยการที่ตัดครั้งแรกได้เรท PG13 เลยไปถ่ายฉากโป๊เปลือย และฉากโหด ๆ เพิ่ม เพื่อให้ได้เรท R (บ้าไปแล้ว)
  6. ความฮิตของหนังทำให้เกิดสแลงคำใหม่ว่า “Snake on a plane” = Shit happens

รายละเอียดเพิ่มเติมความ Cult ของหนังเรื่องนี้ Wikipedia.org
สรุปความคลั่งไคล้ของแฟนคลับในเวลา 3.25 นาที ด้วยมิวสิควีดีโอนี้ All Your Snakes Are Belong to Us (ยอดดูแล้ว 2 แสนกว่าครั้ง)
ถ้าไม่คิดอยากดูเรื่องมนุษย์เหล็กไหล ก็ขอแนะนำเรื่องนี้แล้วกันครับ

หัวหิน ไปเองก็ได้ ง่ายจัง

  1. หัวหินไปได้หลายทาง ขับรถยนต์ไปก็ได้ นั่งรถไฟไปก็ได้(ป้ายสถานีรถไฟเค้าสวยดี) นั่งรถทัวร์ไปก็ได้
  2. อีกทางที่ไปได้คือ รถตู้ ครับ มีรถตู้บริการที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลแถว ๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ซอยที่มีรถตู้จอดเยอะ ๆ น่ะครับ ลองถามคนแถวนั้นดู) ราคาราว ๆ ร้อยกว่าบาท จำไม่ได้แล้ว ใช้เวลาน้อยกว่ารถทัวร์ราว ๆ 1 ชม. ออกทุกครึ่งชม. บริการกันจนทุ่มนึงเห็นจะได้
  3. รถตู้ไปส่งถึงที่ก็สามารถเดินเท้าไปประมาณ 3 บล็อคถนนก็ถึงทะเลแล้วครับ ที่นี่ที่พักค่อนข้างจะเยอะ ไม่ต้องห่วงหาได้ง่ายมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเกสต์เฮาส์ ที่เป็นบังกะโลติดทะเลนี่ไม่มีครับ ทะเลเลยสะอาดดี (มีโรงแรมใหญ่คือ Sofitel ที่สวยมาก เข้าไปเดินเล่นงง ๆ ได้ครับ สวยจริง ๆ ออกแบบเหมือนบ้านตากอากาศต้องไปดูเอง)
  4. ที่พักที่ผมไปพักและรู้สึกว่าเวิร์คมาก เพราะไม่แพงนัก ห้องใหม่ สวยงาม สะอาดคือที่ โรงแรมชมสินธุ์ ดูเว็บได้ที่นี่ รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ จึงขอแนะนำเป็นการส่วนตัว
  5. หัวหินเป็น”เมืองตากอากาศ” ทีแรกผมไม่ค่อยเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่พอไปก็พอเห็นภาพว่า ทะเลที่นี่มันน่าดู ไม่ค่อยน่าเล่นเท่าไหร่ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ถ้ามากันกับพ่อแม่ นั่งกินข้าวริมทะเล จะเหมาะมาก อะไรประมาณนั้น
  6. สัดส่วนของเมืองไม่ใหญ่นัก ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็เดินเที่ยวได้เกือบหมด หรือกลัวเมื่อยก็เช่ามอร์เตอร์ไซค์ซึ่งไม่ค่อยแพง ขี่เที่ยวเล่นก็สนุกดี
  7. พระราชวังไกลกังวลไม่เปิดให้เข้าเที่ยวเล่น แต่สามารถเข้าไปวิ่งออกกำลังตอนเย็นกับตอนเช้าได้
  8. เขาตะเกียบมีแต่ลิง กับ วิว จริง ๆ ก็ไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ก็ถ้าคิดจะเที่ยวก็คงมีแต่ที่นี่แหละ ขี่มอร์เตอร์ไซค์ตัวดำไปก็พอไหว
  9. ตอนกลางคืนมีไนท์บาซ่าแม้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่เดินกินบรรยากาศคึกคักก็เป็นเรื่องที่ดี ส่วนร้านอาหารก็มีหลากหลายทั่วบริเวณ
  10. ร้านอาหารแนะนำคือร้านอยู่เย็น ร้านน่ารัก อยู่ริมทะเล ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

ข้อมูลเ้พิ่มเติมที่ เทศบาลเมืองหัวหิน

จุดอ่อนของมนุษย์เหล็กไหล

ปัญหาของ มนุษย์เหล็กไหล ไม่ใช่ FX แต่เป็นบท และนักแสดงต่างหาก

ใช่แล้วครับไปดู มนุษย์เหล็กไหล มาครับ บอกตามตรงว่าผิดหวัง ผมเข้าใจเป็นอย่างแรงในเรื่องของ Special Effects ว่าคงจะไม่เนี๊ยบเท่าไหร่ ซึ่งส่วน FX ผมถือว่าสอบผ่านครับ ในระดับของโปรดักชั่นไทย แต่สิ่งที่แย่จนน่าตกใจคือ บทและนักแสดง
ไม่มีหนังที่ดีเรื่องไหนมาจากบทหนังที่แย่ คำคมของใครซักคน กล่าวมาประมาณนี้ ภาพยนต์ไทยหลัง ๆ มาอ่อนเรื่องบทมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมไม่เข้าใจว่าทางคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว กับบาแรมยูถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้ ตอนที่ต้มยำกุ้งออกมา บทก็อ่อนมากเช่นกัน ผมไม่คิดว่าการเป็นหนังแอคชั่นแล้วจะสามารถสร้างโลกที่ไร้เหตุผลอย่างไรก็ได้
เรา”อิน”กับหนังไปตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะเราเกิดเชื่อขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจว่า โลกในจอนั้นมันมีจริง ๆ แม้ว่าสไปเดอร์แมนจะมีความสามารถที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริง แต่ระหว่างชมภาพยนต์ เราก็ไม่รู้สึกขัดอกขัดใจอะไร เพราะทุกอย่างมันมีเหตุมีผลของมันอยู่

ตอนหนึ่งของ มนุษย์เหล็กไหล

พระเอก : ทำไมพวกมันไม่ติดต่อเรามาเลยนะ แม่ผมจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้
นางเอก : งั้นเราคงต้องบุกเข้าไปหาพวกมันเอง
พระเอก : เราจะรู้ได้ยังไงว่าพวกมันอยู่ที่ไหน
นางเอก : นี่ไงล่ะ เข็มทิศวิเศษ เข็มทิศนี้จะชี้ไปยังเหล็กไหล ซึ่งก็คือรังของพวกมัน
พระเอก : ทำไมเธอถึงเพิ่งมาบอกฉัน
นางเอก : ตั้งแต่ตอนนั้นมันใช้ไม่ได้ แต่ตอนนี้มันใช้ได้แล้ว
พระเอก : งั้นเรารีบไปกันเถอะ
eYacht : -_-”

ขีปนาวุธถูกทำลายลง ฝ่ายผู้ร้ายกำลังเพลี้ยงพล้ำ
ตัวร้าย : นี่เราแพ้แล้วหรือนี่ นาง A ก็พ่ายแพ้ ขีปนาวุธก็ยิงไม่โดน ทำไมพระเจ้าทำกับเราอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นเราจะขอตายดีกว่า นี่คือยาพิษ ลาก่อน แต่หลังจากนี้จะมีฉันคนต่อ ๆ ไป มาทำลายโลก และ ฯลฯ
eYacht : ทราบแล้วครับ ขอบคุณครับ

ขอเป็นกำลังใจให้ข้อผิดพลาดนี้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักเขียนบท และค่ายหนังในการทำหนังเรื่องต่อ ๆ ไป

ปล. นอกจากบทแย่และตัวละครเล่นแข็ง หนังไม่ได้เลวร้ายมาก แอคชั่นดีมากทีเดียว ฉากบู๊ก็ดูดี FX ก็ใช้ได้
ปล. 2 ส่วนหัวของ มนุษย์เหล็กไหล ดูไม่ค่อยเท่ห์เท่าไหร่ ดูหน้าปูด ๆ น่าเสียดาย

เด็กไทย.com

วันนี้เจ้าไอซ์และเพื่อน ๆ ม.1 แวะมาทำการบ้านที่บ้าน เป็นการส่งรายงานการเยี่ยมชมนิทรรศการวิทยาศาสตร์ที่ม.อุบลฯ และที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดเมื่อสัปดาห์วิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา

มาถึง 3 คนก็ขอใช้คอมพิวเตอร์และเปิด Google ค้นหาข้อมูลกันใหญ่ แล้วก็ก๊อปปี้ข้อมูลจากโรงเรียนนั้น โรงเรียนนี้มาแปะลงใน MS Word แล้วก็ไปเปิดหาต่อ

ผมเห็นแล้วหงุดหงิดใจ

เลยเรียกมาคุยกันยกแก็งค์ แนะนำใหม่ ให้เขียนจากสิ่งที่ตัวเองไปเห็นมาจริง ๆ สิ่งที่ตัวเองประทับใจ คร่าว ๆ ไม่ต้องละเอียดก็ได้ แต่ต้องเป็นเรื่องจริงที่จำได้ เรื่องจริงที่เห็นมา อย่างเช่นที่ตอนเดินเข้ามาไอซ์ก็คุยให้ฟังใหญ่ว่า ได้เข้าไปในห้องอาจารย์ใหญ่ของโรงพยาบาล บ่นอุบว่าเหม็นแล้วก็น่ากลัว บอกเจ้าไอซ์ว่า เขียนเรื่องนี้สิว่าประทับใจ รู้สึกอย่างไร เหมือนกับที่เล่าให้ฟังเมื่อซักครู่นี้ แล้วครูก็ไม่ได้กำหนดให้เราพิมพ์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ซักหน่อย ถ้าอย่างงั้นก็เขียนเอาสิ ง่ายกว่าตั้งเยอะ ว่าแล้วก็เดินไปถอยสมุดรายงานมาหนึ่งเล่มให้แบ่งกันเขียน (น่าตกใจที่เด็กทั้ง 3 คนไม่เคยใช้สมุดรายงานมาก่อน เพราะทุกทีพิมพ์(ก๊อปปี้)ด้วยคอมพิวเตอร์กันหมด)

หลังจากที่บอกไปเหล่าแก็งค์เด็กก็ดูทีท่าสบายใจกว่าเดิม ท่าทางสนุก และไม่ต้องกลัวว่าครูจะจับได้ด้วยว่าก๊อปมา
ผมนั่งทบทวนเรื่องนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจ

อย่างแรกคือ เรากำลังสอนวิธีการทำงานให้เด็กอย่างถูกต้องหรือเปล่า

หรือเด็กเข้าใจว่าประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตคือช่วยทำการบ้านให้เราโดยเราไม่ต้องเมื่อยมือเขียน ครูควรจะมีข้อห้ามในการส่งการบ้านว่าต้องเขียนด้วยมือทั้งหมดหรือไม่

อย่างที่สองคือ แล้วไอ้วิธีที่ผมบอกให้เด็ก ๆ ทำส่งครูจะเป็นสิ่งที่ครูต้องการหรือไม่ ครูจะให้คะแนนอย่างไร

ถ้าหากมองว่าเด็กคนอื่น พรินท์มาอย่างสวยงาม พร้อมเนื้อหา 20 หน้ากระดาษครบถ้วน ซึ่งจริง ๆ แล้วก๊อปมาจากอินเตอร์เน็ต
กับหลานผมที่เขียนด้วยมือ ความยาวเพียง 2-3 หน้ากระดาษ เขียนผิดบ้าง ถูกบ้าง ทั้งหมดแทบจะเรียกว่าเป็นภาษาพูดจากความคิดของเขาเอง หลาย ๆ หัวข้อของแต่ละคนก็คล้าย ๆ กัน เพราะทุกคนจะชอบห้องอาจารย์ใหญ่ หุ่นยนต์เตะฟุตบอล โดมิโนที่ไปกดปุ่มสวิทช์เปิดงาน กระดาษก็ใช้ชนิดเดียวกัน ทั้งหมดเกิดจากการพูดคุยกัน ช่วยกันคิด และเขียนลงไป

หากว่าครูให้คะแนนเด็ก 3 คนนี้น้อยกว่าเพื่อนที่พรินท์จากคอมพิวเตอร์มาส่ง ผมไม่รู้จะตอบพวกเขาว่าอย่างไรดีเหมือนกัน