เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง
วันนี้มีลูกค้าท่านนึงเข้ามาถามเครื่องพรินเตอร์ที่ร้าน ผมก็แนะนำแต่ละรุ่นไป จนกระทั่งดูเหมือนเค้าจะได้รับความกระจ่าง เค้าบอกว่าอยากเปลี่ยนยี่ห้อ
ลูกค้า : แคตตาล็อคนี้ขอได้ไหมครับ
eYacht : ได้ครับ
ลูกค้า : แล้วจะตัดสินใจอีกทีนะครับ
eYacht : ครับ
ลูกค้า : (โน้มตัวเข้ามากระซิบใกล้ ๆ) เอ่อ แล้วพี่รับทำแท้งหรือเปล่าครับ
eYacht : (ชะงักไป 3 วินาที) เอ่อ ไม่ครับ ไม่ได้รับครับ (กรรม ไม่ได้จบหมอมานะครับ)
ลูกค้า : งั้นพอมีที่แนะนำไหมครับ
eYacht : (กรรม ผิดกฎหมายไม่ใช่เหรอน่ะ) เอ่อ ไม่ทราบจริง ๆ ครับ ผมจบคอมพ์ครับ ไม่ได้จบหมอ
ลูกค้า : …….. เอ่อ ติด แท้งค์หมึกน่ะครับ ที่เป็นขวดน้ำหมึกต่อกับเครื่องพรินเตอร์น่ะครับ
eYacht : อ๋อ ….! -_-”
วันนี้ได้รับเมล์จากเพื่อน เป็น forward Mail แบบที่เรา ๆ ท่าน ๆ คุ้น ๆ กันดี ฉบับนี้ว่าด้วยเรื่องของชายคนหนึ่งที่ไปทานอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่ต์กับเพื่อน ๆ ซึ่งเกิดเจอแมลงสาบในจานข้าวเข้า มีการรูปประกอบพร้อมกระดาษที่ระบุชื่อร้านอย่างจงใจ เรื่องถูกเล่าว่าทางคุณคนนี้ สมมุติว่าคุณเอแล้วกัน เจอแมลงสาบ คุณเอไม่พอใจมาก ตามคนดูแล(เดาว่าน่าจะเป็นผู้จัดการร้าน) มาคุย ทางผู้จัดการเสนอจะลดให้ 10% ของ 1 คน ซึ่งคือประมาณ 39 บาท คุณเอไม่พอใจมาก ขอให้ทางร้านต่อสายให้กับเจ้าของ ยื้อกันอยู่นานจนคุณผู้จัดการยอมต่อสายให้ พอคุยทางร้านก็จะลดให้ทานฟรี 1 หัว คุณเอยังไม่พอใจอยู่ดี ทางร้านจึงถามว่าคุณเอต้องการอะไร คุณเอบอกว่าต้องการ”ความยุติธรรม” คุณเอบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยวิธีตัวเอง คุณเอบอกให้ทางร้านคิดเต็ม พอทางร้านเก็บเงิน คุณเอบอกให้เซ็นยินยอมว่าทางร้านมีแมลงสาบในอาหาร เพื่อจะนำไปฟ้องร้องได้ ทางร้านไม่ยอมเซ็น คุณเอเลยไม่ยอมจ่ายซักบาท และกลับบ้านมาเขียนเมล์ทำลายร้านอาหารร้านนั้นจนมันถูกต่อมาถึงมือผมนั่นเอง (ผมแนบเมล์ฉบับเต็มไว้ท้าย entry นี้ครับ เผื่ออยากอ่านกัน)
ผมอ่านแล้วมีข้อสงสัยบางประการดังนี้
1. ผมคิดว่าเป็นการไม่”ยุติธรรม” ที่คุณเอ ประจานชื่อร้านอาหารอย่างจงใจ แต่มิได้แสดงชื่อจริงของตัวเองออกมา
2. ผมไม่แน่ใจว่าคุณเอ เป็นคนของร้านคู่แข่งหรือเปล่า เป็นคนใส่แมลงสาบลงไปเองหรือเปล่า และเป็นคนเขียนเรื่องนี้มั่ว ๆ ขึ้นมาเองหรือเปล่า
3. ผมอ่านดูแล้วสรุปว่า ท้ายสุดแล้ว”ความยุติธรรมที่คุณเอต้องการ” คือการกินฟรีทุกคน หรือเปล่า เพราะขณะที่ทางร้านเสนอทางเลือกจะลดให้ คุณเอไม่พอใจกับข้อเสนอ แต่กลับท้าทายด้วยการยืนยันว่าจะจ่ายเต็ม แล้วพอจะจ่ายจริง ๆ กลับมีเอกสารที่เห็น ๆ อยู่ว่าจะใช้ในการฟ้องร้อง ซึ่งพอร้านไม่ยอมเซ็น คุณเอก็เลือกจะไม่จ่ายเลยซักบาท ผมคิดว่าขณะที่ทางร้านถามว่าคุณเอต้องการอะไร ถ้าคุณเอตอบไปว่า ผมต้องการกินฟรี หรือไม่อย่างนั้นคุณต้องเซ็นเอกสารให้ผมมาฟ้องร้องคุณได้ ผมคิดว่านั่นคือ “ความยุติธรรม” ที่คุณเอควรมอบให้กับทางร้านด้วยเช่นกัน
4. ผมคิดว่าพนักงานของร้านคือมนุษย์ทั่ว ๆ ไปที่ผิดพลาดกันได้ การกดดันในการฟ้องร้องต่อร้าน ซึ่งส่งผลต่อหน้าที่การงานของพนักงานทุกคนที่ร้าน คำถามที่สงสัยคือการที่คุณเจอแมลงสาบในจานข้าว ส่งผลให้คุณเอต้องการทำลายทุกอย่างของร้านให้พังพินาศย่อยยับอย่างนั้นหรือ และคุณเอคาดหวังว่าไม่ว่าคุณเอกับพวกจะกดดันพนักงานยังไง คุณเอยังต้องการความสุภาพจากพนักงานในทุกกรณีอย่างนั้นหรือ
5. ท้ายเมล์คุณเอบอกว่าไม่มีเจตนาโจมตีใคร ผมคิดว่าน่าจะตรงกันข้ามนะครับ หากคุณเอหวังดีจริง คุณเอน่าจะบอกต่อว่า เวลาทานอาหารควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสะอาดดี หากเจอแมลงสาบในอาหาร ควรขอคุยกับเจ้าของร้าน และบอกตามตรงว่าต้องการอะไร มากกว่าคำนามธรรมอย่าง “ความยุติธรรม”
ท้ายสุดแล้วในฐานะที่มีร้านอาหารเล็ก ๆ กับเขาร้านหนึ่งเหมือนกัน ผมคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สิ่งแรกที่ผมคิดคือ แมลงสาบนี้คนกินใส่ลงไปเองหรือเปล่า หลังจากนั้นคงลองคุย ๆ ดูว่าเค้าต้องการอะไร และสุดท้ายผมคงจะให้ทานฟรีทั้งโต๊ะหากจำเป็น และแจ้งพนักงานทุกคนให้ระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก
อ่านเมล์ฉบับเต็มได้ดังนี้ (ปล.ผมขอเซ็นเซอร์ชื่อร้านนะครับ ด้วยว่าผมคิดว่ามันยุติธรรมกว่า)
Continue reading ‘พลังของผู้บริโภค’

เห็นแล้วน้ำตาพาลจะร่วงเอา
อยากเล่นอย่างรุนแรง
ปล.สำหรับผมแล้ว นี่คือเกม RTS ที่สนุกที่สุดในโลกกกกกก!!!
วันนี้มานั่งอ่าน Entry DCIM ที่เขียนไว้เมื่อหลายวันก่อน นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เหตุการณ์เกิดเมื่อสมัยที่เน็ต 56K กำลังบูม รูป Vivian Hsu บนเน็ตเป็นของฮิตสุด
รุ่นพี่ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม : ยอร์ชรู้จักไฟล์ JPG มะ
eYacht : รู้พี่ ไฟล์รูปใช่ปะ
รุ่นพี่ : พอรู้ไหมย่อมาจากอะไร
eYacht : ไม่แน่ใจพี่ คุ้น ๆ ว่า Joint อะไรซักอย่างนี่แหละ
รุ่นพี่ : อ้าวเหรอ ไม่ใช่ JaPanese Girl เหรอ (สีหน้าผิดหวัง)
eYacht : (-_-”)
รุ่นพี่ : แล้วรู้มะ BMP ย่อมาจากอะไร
eYacht : อ๋อ อันนี้รู้ Bitmap
รุ่นพี่ : ไม่ใช่ว่ะ ว่าแล้วก็เปิดรูปสาวฝรั่งในคอมพ์แล้วบอกว่า ย่อมาจาก British Masterbation Pictures
eYacht : ( -”- )
ปล. วิเวียนเป็นคนไต้หวัน
ออกจะช้าไปหน่อย ผมเองเพิ่งได้หยิบใช้เหรียญ 2 บาทกับชาวบ้านเค้าไม่นานมานี้เอง ….ใช้แล้วรู้สึกรำคาญ
ทีแรกก็บ่นกับตัวเองว่าไม่รู้จะทำมาทำไม ออกมาให้งงเล่น ขนาดใกล้เคียงกับเหรียญบาท จนต้องคอยพูดว่า มีเหรียญ 2 บาทนะครับ เวลาจะรับหรือจ่ายทุกครั้งไป
วันนี้ความอยากรู้มันคับอกจนต้องออกค้นในอินเตอร์เน็ต ว่าเหตุใดจึงต้องใช้มัน ทีแรกเจอเหตุผลว่า เพื่อให้ยอดเงินการปัดราคาสินค้าง่าย และทำให้ข้าวของไม่แพง อย่างเช่น จะปรับราคาจาก 3 บาทเป็น 4 บาท พ่อค้าเกิดความรู้สึกว่า งั้นปรับเป็น 5 เลยแล้วกัน ขี้เกียจทอน -_-” ผมอ่านแล้วฟังดูไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่
จนไปเจอบทความนี้ เหรียญ 2 บาทหายไปไหน? อ่านแล้วจึงกระจ่างว่า ตามอนุกรมของเหรียญและธนบัตรแล้ว ปกติค่าจะใหญ่เป็น 2 เท่าขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้สามารถบริหารการใช้งานเหรียญอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตเหรียญปัจจุบันนี้ เหรียญ 1 บาท มีอัตราการใช้งานสูง เช่น ทอน 4 บาท ต้องใช้เหรียญบาท 4 เหรียญ ทำให้ชำรุดเร็ว จากการนำเหรียญ 2 บาท มาในระบบ ประมาณการว่าจะสามารถลดอัตราการใช้เหรียญบาทลงได้ถึง 30 เปอร์เซ็น
ฟังดูเหมือนจะดี ผมเริ่มเห็นด้วยเรื่องการใช้งานเหรียญ 2 บาทแล้วครับ ดังนั้นเมื่อมีเหตุผลในการผลิต ผมจึงคิดว่าข้อผิดพลาดอยู่ที่ขนาดครับ มันใกล้เคียงกับเหรียญ 1บาท และ 5 บาทมากจนเกินไป จนทำให้การใช้งานสับสน หลายคนว่าอีกไม่นานก็จะชิน แต่ผมคิดว่ายังไงก็คล้ายกันเกินไป ผมว่าทางรัฐน่าจะปรับรุ่นใหม่อีกรุ่น ให้เป็นสีทองแดง และเจาะรูตรงกลางไปเลย ให้แยกง่าย ๆ (เหมือนที่ญี่ปุ่นที่เหรียญเยอะมาก)
อย่างไรก็ดี เห็นว่าตัวเหรียญมีส่วนประกอบของเหล็กที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำเป็นสีทองแดง และเจาะกลางไม่ได้
ไม่รู้คนอื่นเป็นหรือเปล่า แต่เวลาผมได้เหรียญนี้มา ผมจะพยายามจ่ายออกไปโดยเร็ว เนื่องจากกลัวหยิบผิด จึงรีบตัด Error ออกจากระบบให้เร็วที่สุด
รัฐบาลเองล่ะ เห็นเรื่องนี้เป็นบั๊กที่ต้องแก้ หรือเป็น Error ที่เดี๋ยวใคร ๆ ก็ชิน
ปล.รูปเหรียญ 2 บาทแบบเปรียบเทียบให้เห็นจะ ๆ โดย โก๋สิจ๊ะ
หลายคนคงคุ้นกับโฟลเดอร์ที่ชื่อ DCIM ที่ปรากฎอยู่ในเมมโมรี่การ์ดที่ใช้กับกล้อง จู่ ๆ ผมเกิดสงสัยว่าทำไมมันต้องชื่อนี้ด้วย และมันย่อมาจากอะไร เลยไปค้นที่ Wikipedia เจ้าเก่าได้ความดังนี้
ระบบการเก็บข้อมูลในการ์ดเรียกว่า Design rule for Camera File system (DCF) ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกำหนด JEITA (Japan Electronics and Information Technology Industries Association) ซึ่งกำหนดถึงรูปแบบไฟลืที่ใช้งาน โครงสร้างของไดเร็คทอรี่ การตั้งชื่อไฟล์ ตัวอักษร เมตาดาต้า ซึ่งใช้พื้นฐานของข้อกำหนด Exif 2.2 (ล่าสุดคือ 2.21)
อ้อ DCIM สรุปว่าย่อมาจาก Digital Camera Images ครับ
ผมฟังเพลง She ของ Charles Aznavour และ Herbert Kretzmer ที่นำมาร้องใหม่โดย Elvis Costello ครั้งแรกในหนังเรื่อง Nothing Hill ต่อมาได้มีโอกาสฟังอีกเวอร์ชันนึ่งของเพลง ชี โดยสุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง ในงานแต่งงานคนรู้จักที่อุบลฯ (งานนั้นเชิญมาทั้งสุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง และ T-bone …โดนซะ) วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจ ลอง Search หาเนื้อเพลง ชี ที่ว่าดู เจอจนได้ เอามาฝากกัน ก๊อปมาจากคุณ Kuro
ชี…เธอชอบธรรมะเลยมาบวชชี โกนหัวเสร็จแล้วก็เข้ากุฏี นุ่งขาวห่มขาวจึงเป็นแม่ชี…
ชี…เธอไม่มีผมเลยไม่ต้องหวี ถ้ามีเส้นผมก็ไม่ใช่ชี นี่ไม่มีผม จึงเป็นแม่ชี เธอมีเหตุผลที่ทำอย่างนี้…
(*) ชี…เธอบวชเป็นชีด้วยความช้ำรัก เธอไม่เคยรู้ฉันเศร้าใจนัก ที่ต้องอกหักเพราะหลงรักชี…
ชี…เธอจะให้ฉันทำยังไงดี ถ้าได้ควงแขนเป็นแฟนแม่ชี จะตกนรกสักกี่พันปี…
ชี…อยากจะใกล้ชิดเธอมากกว่านี้ เข้าไปบอกรักเธอคงวิ่งหนี จับเธอสึกฉันคงเลวสิ้นดี…!
ฉัน…เฝ้าคอยแต่ลุ้นทำบุญให้ชี อยากให้เธอเห็นฉันเป็นเด็กดี ทำตัวเหมาะสมกับเธอกว่านี้ บวชเป็นตาเถรเพื่อเธอแม่ชี…ชี้ !
โดย สุเมธ องอาจ
ขอแนะนำให้เปิดเพลงต้นฉบับคลอไปด้วย
ปล.ถ้าวันที่อ่านบล็อกนี้ แล้วคุณพบว่าไม่สามารถลิงค์ไปยังไฟล์วีดีโอนี้ได้ เนื่องจากถูกบล็อค ให้ลองค้นคีย์เวิร์ดว่า She Elvis Costello กับผู้ให้บริการฝากวีดีโออื่น น่าจะสามารถหาดูได้ไม่ยากนัก
หลายคนที่อัพ Thunderbird เป็นเวอร์ชัน 2.0 คงจะพบว่าไอคอนของส่วน Attachment มันใหญ่ขึ้นผิดหูผิดตา (หรือผมเป็นอยู่คนเดียวก็ไม่รู้)

วันนี้ค้นพบวิธีทำให้มันเล็กตามเดิม เลยมาจดไว้ดังนี้
- เปิดโปรแกรมเข้าไปที่เมนูของโปรแกรมเลือก Tools–>Options–>Advanced–>General
- คลิกที่ Config Editor
- จากนั้นหาหัวข้อชื่อmailnews.attachments.display.largeView
- ดับเบิ้ลคลิกเพื่อเปลี่ยนเป็น False
- ปิดเปิด Thunderbird ใหม่
Thunderbird ของคุณจะกลายเป็นแบบนี้
