“เดี๋ยวนี้เครื่องโน้ตบุ๊คมันช้า ๆ แล้วล่ะ เห็นช่างเค้าว่ามีไวรัส พระก็ไม่กล้าซ่อมเอง กลัวฆ่าไวรัสแล้วเป็นบาป”
พระวินัยธรชาติ กิตติธโร
หนึ่งในพระทีมงาน ธรรมมะเดลิเวอรี่
ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ
“เดี๋ยวนี้เครื่องโน้ตบุ๊คมันช้า ๆ แล้วล่ะ เห็นช่างเค้าว่ามีไวรัส พระก็ไม่กล้าซ่อมเอง กลัวฆ่าไวรัสแล้วเป็นบาป”
พระวินัยธรชาติ กิตติธโร
หนึ่งในพระทีมงาน ธรรมมะเดลิเวอรี่

เอาหน้าตาของโลโก้โอลิมปิกครั้งที่ผ่าน ๆ มามาให้ดู ผมค่อนข้างชอบโลโก้ของงานโอลิมปิกที่จีนค่อนข้างมาก คิดว่าข้อได้เปรียบอย่างนึงที่จีนเหนือกว่าหลาย ๆ ประเทศที่เคยจัดมาคือ ความเข้มแข็งของวัฒนธรรม จีนมีอารยธรรมที่ยาวนาน จนมีวัฒนธรรมที่มีความเฉพาะตัวสูงมาก หลาย ๆ อย่างเห็นปุ๊บรู้ทันทีว่าเป็นของจีน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่น อักษรจีน พู่กันจีน อาคารทรงจีน แม้แต่สีแบบจีน ๆ (แดงแจ๋) ดังนั้นพอจะทำอะไรซักอย่างจึงสามารถทำได้อย่างชัดเจน อย่างเช่นโลโก้ของงานโอลิมปิกครั้งนี้ที่ออกมาหน้าตาแบบนี้

เห็นครั้งแรกผมว่าคนคิดตอบโจทย์ได้ดีเหลือเกิน อาจจะด้วยว่ามีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมจีนพอสมควร พอมองปราดเดียวก็รู้เลยว่า นี่มันเป็นการเลียนแบบตราประทับลงชื่อของจีน แล้วเอาอักษรของคำว่าปักกิ่งมาบิดให้กลายเป็นคนในตราประทับอีกที แล้วเขียนอักษรด้วย Type Face แบบพู่กันจีน ทั้งหมดนี้ดูมีความหมายและหนักแน่นในส่วนของวัฒนธรรมจีนอย่างมาก น่าทึ่งเหลือเกิน
ด้วยความสงสัยเลยค้นโลโก้ของงาน London 2012 ที่จะจัดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้านี้ แล้วพบว่ามันมีหน้าตาอย่างนี้

ในทีแรกผมว่ามันอุบาทว์อย่างที่ใคร ๆ คิดนั่นล่ะครับ แถมมารู้อีกว่าไอ้โลโก้สีแปร๋นนี้มันราคา 25 ล้านบาท ก็แทบลมใส่ และคิดในใจว่า ใครมันโง่จ่าย (วะ)
แต่ความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อแวะไปในหน้าเว็บของผู้ออกแบบ คุณ Wolff Olins ผมเริ่มค่อย ๆ เข้าใจขึ้นมาทีละนิดในแต่ละคลิก (โอ้โห ฟังดูดราม่ามาก) และรู้สึกทึ่งไปกับความคิดของผู้สร้างขึ้นมาทีละน้อย
อย่างแรกที่สังเกตุได้คือ การออกแบบครั้งนี้ใช้สีฉูดฉาดกว่าปกติ แถมสีที่เลือกเป็นสี M100 กับ C 100 ซึ่งถือว่าเป็นสี เด็กแนว ในพ.ศ.นี้ เป็นสีที่นิยมใช้กันในเว็บไซต์ รวมถึงงานสิ่งพิมพ์ใหม่ ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งที่เลือกแบบนี้ผู้ออกแบบบอกว่า เพื่อดึงคนที่อายุไม่มากนักให้มาสนใจงานโอลิมปิกมากกว่าเน้นให้เป็นเทศกาลอันศักดิ์สิทธิ์
จากนั้นพอผมย้อนดูผลงานเก่า ๆ ของคุณ Wolff มาก ๆ เข้าก็เข้าใจว่า หลาย ๆ ครั้งงานออกแบบของเค้าไม่ได้เป็นแค่การออกแบบโลโก้ แต่เป็นการออกแบบ Brand แบบรอบด้าน อย่างเช่น นอกจาก โลโก้ Sony Ericsson จะถูกออกแบบขึ้นมาแล้ว มันยังถูกกำหนดแนวทางการใช้งาน และการวางตัวอักษร (ซึ่งรวมถึง type face ของ Font และ การวางตำแหน่งของอักษรอย่างคล้องจองกัน) และอื่น ๆ อีกมากมาย อีกด้วย
แล้วพอกลับมาดูเว็บหน้าที่พูดถึงการออกแบบโลโก้โอลิมปิกผมเลยเห็นอะไรบางอย่าง ดูจากภาพนี้ครับ

อย่างนึงที่น่าสนใจคือ โลโก้มันค่อนข้างจะเป็นลักษณะของ form ในแบบ Universal คือมันเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง โดยที่ยังอยู่ใน Theme ของงาน อย่างทำกำแพงเป็นลายเหลี่ยม ๆ สีสันฉูดฉาด ทำเสื้อ ถุงผ้า ทำนั่นทำนี่ มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่มันงานโอลิมปิกนี่ แถมในโลโก้ยังเปลี่ยนสีไปมา สีอะไรก็ได้ (หรือแม้กระทั่งข้างในเป็นรูปถ่าย) เพราะสิ่งที่เป็นแกนหลักของ Brand คือรูปทรงและโทนของสีสัน ไม่ใช่ตัวโลโก้แบบเป๊ะ ๆ
พอเห็นแบบนี้ผมรู้สึกทึ่งไปกับการออกแบบพอสมควร หากโจทย์คือการปรับมุมมองของโอลิมปิกให้กลายเป็นกีฬาสำหรับทุกคน ผมว่านี่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่ดี ต่อไปนี้อยู่ที่ฝีมือของทีมจัดงานแล้วว่าจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างสอดคล้อง ส่งเสริมกัน และกลายเป็นงานที่เชิดหน้าชูตาอังกฤษบนเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ เหมือนอย่างที่โอลิมปิก 2008 ได้เปิดตัวจีนอย่างสมศักดิ์ศรีในปีนี้
ตอนนี้กลายเป็นผมมาคอยภาวนาว่า คณะกรรมการอย่าได้ยอมฟังกระแสของคนคัดค้านจนยอมเปลี่ยนโลโก้นะครับ ผมอยากเห็นการใช้งานโลโก้นี้ในงานอีก 4 ปีข้างหน้าชะมัด อยากรู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แล้วถ้าถึงตอนนั้นผมยังเขียนบล็อก คงได้มา Post ว่าถูกใจหรือผิดหวังอย่างไร
ปล. มีใครดูออกไหมว่า โลโก้นี้มันเป็นรูปอะไร ผมใช้เวลาดูอยู่ 2 ชั่วโมง จนพบว่ามันคือเลข 2012
งมอยู่นานกว่าจะเจอ หลังจากพยายาม Export ตัวไฟล์พรีเซ็นต์ของ Keynote 08 ออกมาเป็น Powerpoint แล้ว ไปเปิดกับ Powerpoint 2007 ปรากฎว่าเปิดแล้วนิ่ง ไม่มีเอกสารใด ๆ เปิดขึ้นมา แต่ตัว Powerpoint ก็ไม่แครชไป
ปรากฎว่าไปจอใน Forum Support ของ Apple ว่าปัญหาเป็นบั๊กของส่วนที่เป็น Notes คือให้ไปไล่ลบ Notes ที่อยู่ในไฟล์พรีเซ็นต์ทิ้งให้หมด พอเอามาเปิดก็ใช้งานได้แล้ว เป็น Bug ที่ไม่น่าให้อภัยเลย เพราะผมทำใหม่จนเสร็จไปแล้ว : (
If you have compatability problem when you try to export Keynote 08 Presentation files to Powerpoint and then powerpoint can not open it. Removing any and all notes from the presentation prior to exporting will solved the Problem : )
หลายคนคงได้รับเมล์นี้มา
วันที่ 27 สิงหาคม 2551 คือวันที่คนทั้งโลกตั้งตารอคอย….
เพราะดาวอังคารจะส่องแสงเจิดจรัสบนฟากฟ้าให้เห็นแบบช ัดเจนที่สุดตลอดเดือนสิงหาคม ด้วยรูปทรงขนาดใหญ่ประดุจดังพระจันทร์เต็มดวงซึ่งเรา สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะวันที่ 27 สิงหาคมซึ่งทุกอย่างจะชัดเจนสมบูรณ์ที่สุดเพราะวันนั ้นดาวอังคารจะอยู่ห่างจากโลก แค่ 34.65 ล้านไมล์
อย่าพลาดนะ…คืนวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง เราจะเห็นดวงจันทร์สองดวงบน
ท้องนภา (โรแมนติคมั่กมั่ก) ปรากฎการณ์เช่นนี้จะมีให้เห็นอีกครั้งในปี คศ. 2287 (หรือพุทธศักราช 2830)
ร่วมแบ่งปันเมล์นี้ให้เพื่อน (และคนที่คุณรัก / หรือแอบรัก) ด้วยนะครับ เพราะนี่คือโอกาสเดียวในชีวิต (ยกเว้นแต่คุณเป็นมนุษย์อมตะซึ่งสามารถมีชีวิตได้อีก 280 ปี)
บังเอิญในช่วง 3-4 วันนี้ผมได้รับเมล์นี้มา 3 ฉบับเห็นจะได้ และแต่ละฉบับจะผ่านมา Fwd มาไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แต่เพราะทราบว่าเรื่องนี้แหกตา (คิดกันง่าย ๆ เป็นไปได้ยังไงดาวอังคารจะใหญ่เท่าพระจันทร์ ห่างกันตั้งหลายล้านกิโล ) เรื่องทำนองเคยเขียนแล้ว เรื่องจริงของโค้ก
เอ้ามารับข้อมูลกันอีกซักทางที่ Will the Mars look as big as the moon on august 27? Nope!
จากหน้าภาษาฝรั่งยาวเฟื้อย แปลเป็นไทยสรุปได้ประมาณว่า
และขอเพิ่มความหนักแน่นด้วยลิงค์อธิบายจาก NASA
วีดีโอแนะนำบริษัทและเปิดตัวเกม The Last Guy ของบริษัท Hindustan Electronics Co.เป็นเกมบน PS3 ซึ่งเปิดตัวได้แนวมาก ขอแนะนำ
นี่มันอะไรกัน คนอินเดีย – แกงกะหรี่ – เครื่องคอมพ์โบราณ – เครื่องคิดเลขแม่ค้า – เทือกเขาหิมาลัย – การนั่งทำสมาธิ – มนุษย์ปลาหมึก – แพะ!
ทำไมต้องมีแพะฟะ!?