Monthly Archive for February, 2009

Hug Festival : ถนนคนเดิน อุบล ตอน (ฮักแพงแบ่งปัน)

มีวงดนตรี 10 วงเล่นตลอดงาน, โชว์ B-Boy, แฟชั่นโชว์, แกลเลอรี่ภาพถ่าย, และของขายอีกเพียบ ๆ !

เหรียญ 2 บาท (สีทอง) ฉบับปรับปรุงใหม่

อ่านข่าวนี้วันนี้ครับ


นายพฤติชัย  ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง   ได้แถลงให้ทราบถึงการออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ว่าเนื่องจากราคา โลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญกษาปณ์ในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเหรียญกษาปณ์หลายชนิดราคามีต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาหน้าเหรียญ  และเหรียญบางชนิดราคามีขนาดและสีที่ใกล้เคียงกันทำให้ยากต่อการใช้สอย กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ จึงได้จัดทำโครงการออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ ทั้ง 9 ชนิดราคา โดยมีการปรับปรุงโลหะและลักษณะของเหรียญ เพื่อปรับต้นทุนในการผลิตให้มีความเหมาะสม  สะดวกต่อการใช้สอย แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพ คือ ให้มีความสวยงามและยากต่อการปลอมแปลงมากยิ่งขึ้น
ใน การจัดทำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่นี้ มีรูปแบบและลวดลายเช่นเดิม แต่ปรับปรุงให้สวยงามมากยิ่งขึ้น  สำหรับในส่วนของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่มี ความแตกต่างในสาระสำคัญจากเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดปัจจุบัน ดังนี้

1. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 สตางค์ และ10 สตางค์ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนักคงเดิม แต่เปลี่ยนส่วนผสมของโลหะจากอลูมิเนียมร้อยละ 97 เป็นร้อยละ 99

2. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 5 สตางค์ น้ำหนักคงเดิม แต่เปลี่ยนเส้นผ่าศูนย์กลางจาก 16.00 มิลลิเมตร เป็น 16.50 มิลลิเมตร ความหนาลดลงจาก 1.40 มิลลิเมตร เป็น 1.35 มิลลิเมตร และเปลี่ยนส่วนผสมของโลหะจากอลูมิเนียมร้อยละ 97 เป็นร้อยละ 99

3. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 25 สตางค์ และ 50 สตางค์ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนังคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากอลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง) เป็นโลหะไส้เหล็กชุบทองแดง

4. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 บาท เส้นผ่าศูนย์กลางและความหนาคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากคิวโปรนิกเกิลเป็นโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิล และน้ำหนักลดลงจาก 3.40 กรัม เป็น 3.00 กรัม

5. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 2 บาท เส้นผ่าศูนย์กลางคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากไส้เหล็กชุบนิกเกิล (สีขาว) เป็นโลหะอลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง) น้ำหนักลดลงจาก 4.40 กรัม เป็น 4.00 กรัม และความหนาลดลงจาก 1.70 มิลลิเมตร เป็น 1.50 มิลลิเมตร

6. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 5 บาท โลหะ  เส้นผ่าศูนย์กลางคงเดิม แต่ความหนาลดลงจาก 2.20 มิลลิเมตร เป็น 1.75 มิลลิเมตร  และน้ำหนักลดลงจาก 7.50 กรัม เป็น 6.00 กรัม

7. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 10 บาท โลหะ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนักคงเดิม

สำหรับ การนำออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่นี้  กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์จะเริ่มออกใช้เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 2 บาทก่อนเป็นลำดับแรก ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป ส่วนเหรียญกษาปณ์ ชนิดราคาอื่น ๆ จะทยอยนำออกจ่ายแลกต่อไป

ประชาชนและผู้สนใจสามารถแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ได้ที่
- สำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ
- หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ
- สำนักงานคลังจังหวัด

ที่มา มติชน

สงสัยอย่างแรกคือ เกิดมาไม่เคยเห็นเหรียญ 1 สตางค์, 5 สตางค์, 10 สตางค์ ซักที ออกข่าวแบบนี้เราจะได้ใช้กันแล้วใช่ไหม สืบค้นไปเจอคำตอบที่ Wikipedia เรื่องเหรียญ 1 สตางค์ ได้ความว่าเป็นเหรียญที่ใช้แต่ภายในธนาคารเท่านั้น ก็เป็นที่เข้าใจไป

จากนั้นเลยไปค้น ๆ Entry เก่า เรื่อง เหรียญ 2 บาท ที่เคยเขียนไว้นานแล้วว่าทำไมเราต้องมีเหรียญ 2 บาทใช้กัน วันนี้กรมธนารักษ์ก็คิดได้เสียที ปรับปรุงเหรียญใหม่ให้เป็นสีทองแดงแตกต่างจากเหรียญ 1 บาทและ 5 บาท เพื่อไม่ให้เราสับสน พอคิดต่อมาอีกหน่อยเลยเกิดความสงสัยว่าแล้วคนตาบอดจะแยกแยะอย่างไร แต่มาคิดอีกมุมคนตาบอดคงจะมีความสามารถในการแยกแยะขนาดและน้ำหนักของเหรียญได้ดีกว่าคนทั่วไปมากมายนัก ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหา แต่ที่จะปรับน้ำหนักเหรียญคงจะก่อเกิดปัญหาในช่วงแรกบ้างที่คนตาบอดอาจจะงง ๆ แต่ต่อไปคงจะชิน

คราวนี้ก็ถึงคิวเจ้าของตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ ว่าจะปรับปรุงเครื่องอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าระบบตรวจเหรียญในตู้หยอดเป็นแบบเทียบขนาดหรือน้ำหนัก (เดาว่าน้ำหนัก) หากว่าเหรียญเปลี่ยนน้ำหนักแบบนี้คงต้องแก้กันเหนื่อยหน่อย