-1-
ระหว่างสนทนากันในมื้ออาหารครั้งหนึ่ง ขณะถกกันเรื่องเทคโนโลยีศัลยกรรมเพื่อความงามในปัจจุบัน เพื่อนหญิงคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นขึ้นกลางวงว่า
ผู้หญิงที่เคยสวยมากเมื่อหลายปีก่อน กำลังสวย”น้อยลง” เนื่องมาจากการที่คนทั่ว ๆ ไปสวยขึ้นจากการศัลยกรรม
นำมาซึ่งข้อสงสัยสำหรับผมว่า ความสวยนั้นเป็นสิ่ง สัมพัทธ์ หรือ สัมบูรณ์ กันแน่
ตะเกียบจะยาวหรือสั้น ขึ้นกับว่าตะเกียบถูกเทียบกับไม้จิ้มฟัน หรือ กระบอง นั่นเองคือสัมพัทธ์
ขณะที่สัมบูรณ์คือความหมายหมดจรด เบ็ดเสร็จ ไม่จำเป็นต้องนิยามด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งไหน
จำไม่ได้ว่าวันนั้นข้อคิดเห็นจบลงอย่างไร แต่เพื่อนหญิงกล่าวว่า ความงามนั้นน่าจะลดลงเนื่องจากความเคยชินของคนมอง และแปรผกผันกับความสวยของคนรอบข้าง ที่เพิ่มความเร่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญตามคมมีดของหมอแต่ละคน
-2-
วันนี้อ่านเจอเรื่องเล่าจากหนังสือ “ระยะทางอันห่างใกล้” ของคุณนิ้วกลมและคุณพิมปาย เป็นเรื่องเล่าจากเทือกเขาหิมาลัย ในบ้านของคนที่อาศัยในเทือกเขาที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ที่สุดในโลกนั้น กลับมีปฎิทินรูปเทือกเขาในสวิสเซอร์แลนด์แขวนไว้ เออหนอคนเรา อยู่ใกล้หิมาลัย แต่ใจกลับอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ คุณนิ้วกลมตั้งคำถามขึ้นมาว่า
“คนที่นี่(หิมาลัย) จะเห็นว่าวิวแบบนี้สวยไหม”
หากมีสมการความสวย ค่าความสวยกับความใกล้ชิด ค่าความสวยกับความเคยชิน จะแปรผกผันกันไหม
ยิ่งใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นว่าสวยน้อยลง
ยิ่งเคยชินกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน ก็ยิ่งเห็นว่ามันช่างสามัญธรรมดา
-3-
ความคิดทบทวนย้อนไปยังคำกล่าวที่ว่า
“beauty lies in the eyes of the beholder”
ความสวยนั้นขึ้นกับสายตาที่มอง
ท้ายสุดแล้วผมเห็นด้วยแล้วว่าความสวยนั้นสัมพัทธ์จริง แต่ความสวยของคนคนนั้นไม่ได้สัมพัทธ์กับคนรอบ ๆ ตัวเธอ หากแต่สัมพัทธ์กับสายตาของคนมองต่างหาก ดังนั้นด้วยความสวยที่ทวีขึ้นของคนรอบข้าง หากสร้างความเคยชินให้กับมอง เขาก็ย่อมเห็นเธอคนนั้นสวยน้อยลงเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ดีความสวยนั้นก็ไม่ได้อยู่เพียงภายนอกเท่านั้น
สายตาที่มองเห็นแต่ความสวยภายนอกโดยละเลยความงามภายใน นั่นเป็นเพียงสายตาอันโง่เขลาเท่านั้น
เพราะความงามภายในนั้นสัมบูรณ์ และถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของเท่านั้น มีดหมอไม่เกี่ยว


อยากให้ผู้หญิงขี้เหร่มีโอกาสผ่านมาอ่านเรื่องข้างบนบ้าง
อียอร์ช ลองคิดต่อยอดเล่นๆ ดูไหมครับ ว่า ความสวยที่เป็นสัมพัทธ์จริงกับสายตาของคนมองเนี่ย มันมีความสัมพัทธ์ไปถึง “ความรักอันสัมบูรณ์” หรือไม่?
แหม ๆ มาคำถามยากเลยนะลูกพี่
ขอลดขอบเขตของคำถามลงมาที่ว่า ความสวยสัมพันธ์กับความรักหรือไม่ น่าจะตอบง่ายกว่าหน่อย
ความสวยภายนอกอันเป็นค่าสัมพัทธ์กับสายตา จะทำหน้าที่ดึงความสนใจของคนมอง และนำไปสู่การกระบวนการพิจารณาเพื่อ”ตกหลุมรัก”
ความสวยภายนอกจะเป็นตัวแปรทำให้ชายหนุ่มต้องตาต้องใจได้เร็วและแม่นยำแค่ไหน
และเมื่อชายหนุ่มพลาดพลั้งหลงรักไปแล้ว ในระยะยาวความสวยจะมีความสำคัญลดลง และความดีภายในจะทวีความสำคัญขึ้นมาแทน
ความสวยภายนอกกับความดีงามภายใน แปรผกผันกันในแกนของความสำคัญต่อความสัมพันธ์กัน(แกน Y) ในหน่วยเวลาที่ผ่านไป (แกน X)
และท้ายที่สุดสิ่งที่จะยึดเหนี่ยวคนสองคนไว้ ไม่ใช่ความสวยภายนอก แต่เป็นความงามภายในต่างหาก
Edit : 7 ส.ค. 2552
อืม…ดีใจจังที่มีคนคิดดีๆแบบนี้
เพราะว่าการที่เรามองคนที่ภายในจิตใจเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลยนะ
เพราะอาจทำให้คนเรารู้จักกันดีมากขึ้นและเข้าใจกันมากขึ้นว่ามั๊ยคุณ
แต่บางครั้งกว่าคนๆนึงจะเข้าใจกันมันก็ยากนะ ( ไม่รู้ทำไม )
ไม่ค่อยชอบส่องกระจก มิน่า ส่องทีไรสวยทุกที เพราะยังไม่ชินนี่เอง ฮ่าๆๆ^^
ปล.เนื่องด้วยการมองที่จิตใจ เป็นสิ่งที่ต้องใช้การพิจารณาโดยอาศัยระยะเวลาพอสมควร
ในขณะที่คนเรา มักต้องการประเมินคนอื่นอยู่ตลอดเวลา การประเมินจึงมักพุ่งเป้าไปที่สิ่งที่สามารถประเมินได้เร็วที่สุด ซึ่งก็ได้แก่รูปร่างหน้าตาบุคลิกท่าทางภายนอก จึงไม่น่าแปลกใจที่คนเราจะมองกันที่ภายนอกก่อน และหากผ่านการประเมินในชั้นต้นก็จะนำไปสู่การประเมินในชั้นต่อๆไปซึ่งก็จะลึกลงไปถึงจิตใจ ดังนั้น ในความเป็นจริง หากคนเรารู้จักกันมากขึ้นก็จะพิจารณาในส่วนอื่นๆที่มิใช่เพียงหน้าตารูปร่างภายนอกอย่างแน่นอน
ส่วนการที่คนเราจะเข้าใจกันมากขึ้นแค่ไหน คิดว่าน่าจะเกิดจากการยอมรับในกันและกันมากแค่ไหนมากกว่ากระมัง ซึ่งอาจไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแต่อาจต้องอาศัย”เวลา”
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะครับอียอร์ช
และต้องขอโทษด้วย ผมเองอาจจะงงกับคำว่า “สัมพัทธ์” และ “สัมพันธ์” ตอนที่ถามอียอร์ชก็คิดแค่่เพียงว่า “ถ้าเรารักใครคนหนึ่งมากๆ เราก็มักจะมองว่าคนนั้นสวย ดีงาม หรือเป็นที่ถูกต้องถูกใจมากกว่าปกติ แม้ว่าคนนั้นจะมีข้อบกพร่องหรือความ art ที่เกินคนอื่นๆ จะรับได้ก็ตาม”
@Ann : ขอบคุณสำหรับความเห็น แหม ๆ เขียนเรื่องนี้แล้วจั๊กจี้ดีเนอะ : ) (อ้อ แล้วก็เห็นด้วยเรื่องการส่องกระจก)
@eA : เออ เอ เราคิดว่าการตอบครั้งแรกเราตอบไม่ค่อยดีเท่าไหร่แฮะ คำพูดมันพิลึก ๆ ขอบกล เลยแก้ Comment คำตอบไปนะ
ส่วนที่บอกมาเห็นด้วยอย่างแรง “ความรักทำให้คนตาดี” มองคนคนนั้นอะไรก็ดีไปหมด : )
@ชินจัง : ผมเชื่อว่าทุกคนก็จะมีระบบความคิดแบบนี้เหมือนกันหมดล่ะครับ เพียงแต่ท้ายที่สุดตัวแปรอื่น ๆ นอกจากความงามภายใน เช่น ครอบครัว สภาพสังคม ฯลฯ ก็ยังมีส่วนที่จะทำให้คนสองคนประคับประคองชีวิตคู่ไปด้วยกันอีกด้วย : )
น้องยอร์ชไม่ได้บล็อกเสียนาน บล็อกแล้วก็คมยิ่งนัก!