ทิปภูสอยดาว

  1. ภูสอยดาวอยู่จังหวัดอุตรดิตถ์ การเดินทางไปค่อนข้างยาก แนะนำคือแบบแรก ไปกับทัวร์ แบบที่สอง นั่งรถทัวร์ไปลงพิษณุโลก ต่อรถจากพิษณุโลกไปชาติตระการ แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์ไปตลาดชาติตระการ แล้วต่อสองแถวไปที่ที่ทำการอุทยาน จากนั้นเดินต่ออีกกิโลกว่าก็ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แบบที่สาม ไปให้ถึงพิษณุโลกแล้วเหมารถไปกลับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเลย สนนราคาราว 2000 บาท
  2. เวลาไปแนะนำเดือนสิงหาคม-กันยายน เพราะดอกหงอนนาคที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่กำลังบานกันสะพรั่งภู หากไปตุลาคมก็พอจะทันแต่ดอกจะเริ่มโรยลงบ้างแล้ว ส่วนเดือนอื่นขึ้นได้แต่ไม่ได้ดูทุ่งดอกไม้
  3. ดังนั้นเดือนแนะนำคือหน้าฝน ดังนั้นถ้าจะไปตามฤดูก็ต้องเตรียมตัวเรื่องฝนให้ดี แพ็คของใส่ถุงแล้วใส่ลงในกระเป๋าอีกที อย่าห่อกระเป๋าด้วยถุงดำ เพราะมันขาดง่าย และอย่าไปหวังกับ Cover ห่อกระเป๋าที่อยู่ก้นกระเป๋าบางรุ่น เพราะมันกันละอองฝนได้ แต่เจอหนัก ๆ ก็เละอยู่ดี เตรียมร่มและเสื้อกันฝนให้พร้อม เต๊นท์ต้องมีฟลายชีทคุมอีกที
  4. กรณีไปหน้าฝน กางเต๊นท์ต้องขุดคลองรอบระบายน้ำออก กางฟลายชีทคลุมเหนือเต๊นท์อีกชั้น รวมถึงควรจะมีที่รองนอนเพราะอากาศช่วงหน้าฝนจะเย็น
  5. การขึ้นภูต้องเดินขึ้นระยะทางราว 6.5 กม. ใช้ระยะเวลาเดินราว ๆ 4-6 ชม. แล้วแต่ความฟิต ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนขึ้นไหวแน่นอน ข้าวของมีลูกหาบบริการ คิดกิโลละ 15 บาท หรือใครจะลองหอบเองก็ต้องเผื่อเวลาเดินเพิ่มอีกหน่อย เพราะทางโหดพอดู และต้องเตรียมน้ำและข้าวกล่องติดตัวขึ้นไประหว่างเดินด้วย(ข้าวกล่องซื้อได้ที่ร้านขายข้าวก่อนขึ้นภู) เพราะที่นี่ระหว่างทางเดินขึ้นภูไม่มีของขาย
  6. ถ้าไม่ได้เตรียมของมาให้ติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเดินขึ้น เค้ามีบริการให้เช่าของต่าง ๆ และเช็คได้ว่าบนภูมีของที่เราต้องใช้หรือไม่เพื่อความชัวร์ แต่ถ้าจะให้ดีเตรียมไปเองดีกว่า โดยเฉพาะของกินเนื่องจากบนภูไม่มีของกินขาย ต้องขนขึ้นไปทำเองทุกอย่าง กรณีเลวร้ายขึ้นไปแล้วโดยไม่ได้เตรียมอะไรขึ้นไปเลย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บนภูโดยด่วน เค้าจะให้ลูกหาบหอบของที่จำเป็นขึ้นมาส่งได้ ส่วนเรื่องอาหารการกินเจ้าหน้าที่ขอร้องว่าอย่าเป็นหมูกระทะหรือบาบีคิว เพราะความมันจะทำลายธรรมชาติ อยู่ป่าอย่าทำของกินเอิกเริกเกินเหตุ
  7. บนภูไม่มีไฟฟ้า เตรียมไฟฉายให้พร้อม และเตรียมตะเกียงหากไปกันหลายคน ดังนั้นอุปกรณ์ที่ต้องชาร์จไฟ เช่นกล้องให้เตรียมแบตไปให้พอใช้  บนภูไม่มีน้ำ แม้จะมีห้องน้ำให้แต่ไม่มีน้ำต้องหอบน้ำจากลำธารไปใช้ (ไม่ไกล อยู่ติด ๆ กัน) ดังนั้นเตรียมถังกับขันไปเองจะสะดวก แต่หากไม่มีติดตัวไป สามารถเช่าที่ที่ทำการบนภูได้ อย่างไรก็ดีป้องกันการขาดแคลน เตรียมไปเองน่าจะปลอดภัยกว่า
  8. บนภูที่บริเวณกางเต๊นท์ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่ว่าค่ายไหน หากต้องการใช้โทรศัพท์ต้องเดินจากบริเวณกางเต๊นท์ไปแถว ๆ หมุดเขตแดน(น่าจะราว ๆ กิโลกว่า ๆ ไม่แน่ใจ) Dtac และ AIS จะมีสัญญาณนิดหน่อย หรือที่บนจุดชมวิว บนนั้น Dtac เต็ม (AIS ไม่แน่ใจ) แต่บางทีสัญญาณวูบ ๆ ติดเป็นช่วง ๆ ให้ลุ้นกันขำ ๆ
  9. ที่เที่ยวแนะนำคือ ดูทุ่งหงอนนาค(อันนี้สวย), ไปดูหมุดเขตแดน(ภาคบังคับเดี๋ยวอายเพื่อน แต่จริง ๆ ไม่ค่อยมีอะไร), ไปจุดชมวิวที่ห่างจากจุดสมรภูมิร่มเกล้า 800 เมตร (พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แนะนำช่วงเย็น ๆ ซัก 4-5 โมง), จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก(ที่นี่ไม่มีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น), น้ำตกสายทิพย์ น้ำตกหลุมพบ (ถ้าอยากดูจนครบต้องลงทางที่ไม่ใช่ทางปกติ ต้องให้เจ้าหน้าที่พาไป ติดต่อได้ ถ้าจำไม่ผิดไม่คิดตังค์นะ), จุดสูงสุดของภู 2,102 เมตร เดินไปกลับได้ใช้เวลาทั้งวันบวกความฟิต หากเป็นช่วงหน้าฝน เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตเพราะอันตราย ใครต้องการขึ้นจริง ๆ ต้องเช็คกับทางอุทยานก่อนไปจะดีกว่า
  10. ขากลับลงเดินกลับทางเก่าใช้เวลาราว ๆ 2 -2.5 ชม. ก็น่าจะถึงพื้นโลก และคงต้องปวดหัวเข่าแบบเลี่ยงไม่ได้ เตรียมยานวดไว้ได้เลย ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีไปรษณียบัตรขาย ซึ่งค่อนข้างสวยและคุณภาพดี (แนะนำให้ซื้อถือขึ้นไปเขียนบนภูจะได้ฟีลมาก) เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวรับส่งไปรษณียบัตรด้วย คิดค่าส่งใบละ 10 บาท

3 Responses to “ทิปภูสอยดาว”


  • ขอเพิ่มให้อีกข้อนะ
    อย่ากังวลมากเกินไป เพราะคนบนภูใจดีกันทั้งนั้นเลย
    :)

    ป.ล. ได้โปสการ์ดแล้วเหมือนกัน แต๊งกิ้วเน่อ อย่าลืมส่งรูปมาหล่ะ!

  • น่าลองไปเที่ยวดูสักครั้ง ^_^

  • อืมๆๆๆ..

    ไปเที่ยวมาทิปนี้คงอิ่มใจ+อิ่มกายนะ

    เพราะได้ไปพักผ่อนที่ๆสวยๆของเมืองไทยมา

    ยังไงอย่าลืมเอาภาพถ่ายสวยมาอวดนะ…..

Leave a Reply