New Macbook and Macbook Pro

New Macbook (Aluminum)

ชอบ
+ วัสดุอะลูมินั่ม พร้อมระบบการผลิตแบบใหม่ที่แข็งแรงและเบากว่าเดิม
+ เบาขึ้น 2 ขีด ยอดเยี่ยม (กลายเป็นต่างกับ MB Air แค่ 7 ขีดแล้ว)
+ การ์ดจอใหม่ Geforce 9400M เร็วกว่าเดิม 5 เท่า (ตามKeynote)
+ CPU Penryn ประหยัดไฟขึ้น Cache มากขึ้นและ FSB ที่ 1066 MHz
+ HDD ใหญ่ขึ้น ซึ่งดีมาก (จริง ๆ ที่กับรุ่นเก่า แต่เมื่อเทียบกับ iBook ที่ใช้อยู่มันมากขึ้นโขอยู่)
+ RAM DDR3 2 GB (ตัว top ของ Macbook น่าจะให้ 4 GB มาเลย)
+ เปลี่ยนแบตและฮาร์ดดิสก์ได้ง่าย
+ TrackPad ที่ดูว่าน่าจะใช้งานได้สะดวกขึ้น (ต้องลองใช้ดูก่อนถึงฟันธงได้)
+ จอ LED สว่างและประหยัดไฟขึ้น
+ ขอบจอดำ ใครว่าไม่สวย ผมว่าสวย และคิดว่าทำให้ตัว Hardware เข้ากับ Software ได้ดีขึ้น
+ iSight ที่ซ่อนได้เนียนสวยงาม
+ ช่องลมหายใจ (ไฟ LED ที่กระพริบเวลา Sleep เปลี่ยนเป็นขีด (เอ๊ะหรือเป็นขีดนานแล้ว บังเอิญใช้ iBook รุ่นเก่าอยู่) ซึ่งผมว่าสวยดี
+ คีย์บอร์ดเรืองแสง เคยใช้งานเล่น ๆ บน Macbook Pro แล้ว ผมว่าไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่ชอบเป็นการส่วนตัว มันเท่ห์ดี ส่วนที่ได้ประโยชน์จริง ๆ น่าจะเป็นระบบ Dim จอ ตามสภาพแสง

ไม่ชอบ
- จอ Glossy
- ตัดพอร์ต Firewire 400
- ต้องมีตัวแปลงสำหรับ VGA (น่าจะแถมมา สำหรับรุ่น Top ของ Macbook และ Macbook Pro ทุกรุ่น)
- Trackpad ที่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถใช้มือขวาเลื่อนเมาส์ และมือซ้ายกดเพื่อคลิกตามความเคยชินเดิมได้หรือไม่
- แพงขึ้น (สำหรับรุ่น Top จาก 1499 เป็น 1599)
- กระจกรอบจอที่ต้องมาลุ้นกันหน่อยว่า จะขูดขีดง่ายไหม รวมทั้งแม้ว่าตัวถึงเป็น Aluminum แล้ว แต่กระจกอันใหญ่ขนาดนั้น จะร้าวหรือแตกง่ายแค่ไหน
- สีดำที่อยู่ตรงแกนหมุนของเครื่อง ที่เวลาปิดฝาแล้วมองจากด้านหลังจะเห็น ไม่ค่อยชอบอยากให้เป็น Alu ด้วย

จากที่เคยบอกว่าอาจจะสอย Macbook Air ตอนนี้เปลี่ยนใจมาเป็น Macbook ตัว 2.4 แล้วครับ น้ำหนักเบาขึ้น ขนาดพอเหมาะ และ ราคาไม่แพงจนเกินไป คาดว่าจะปลดระวาง iBook เร็ว ๆ นี้ : ) (เพราะครบ 3 ปี ตามเวลาที่ตั้งใจแล้ว)

วัดกันน้ำหนักต่อน้ำหนัก
Macbook Air 1.36 กก. + Macbook Air SuperDrive 0.32 กก. รวมเป็น 1.68
Macbook (late 2008) 2.04 กก.
ดังนั้นน้ำหนักต่างกันเป็น 2.04 - 1.68 = 0.36 กก. หรือประมาณ 3 ขีดครึ่ง ดังนั้นจึงคิดว่า Macbook น่าจะคุ้มกว่า ยิ่งถ้าเทียบกับ Macbook Pro ตัวใหม่ที่ 2.5 (อย่างหนัก >_< )

อ้อ เกือบลืม โหลด Keynote ไปดูได้ที่นี่ครับ

การตอบโต้ของ PC : I’m a PC

คนส่วนใหญ่คงเคยเห็น Get a mac ของ Apple ที่มุ่งโจมตี Microsoft และ windows มาโดยตลอด (โดยเฉพาะ Vista ที่โดนหนักเป็นพิเศษ ซึ่งจริง ๆ ส่วนวตัวผมว่า Vista มันดีกว่า XP เยอะนะครับ) แน่นอนว่า ตัวแคมเปญ Get a Mac ก็ใช่ว่าทุกคนจะรักมัน หลายอันก็ดูไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ แต่แน่นอนในแง่การตลาดแล้วก็ถือว่าได้ผลมากทีเดียว เข้าใจง่าย และเปรียบเทียบได้เห็นภาพดี (ผมยังเคยเขียนถึงเลย  แม้ว่าหลังจากวันนั้นจนวันนี้ Apple จะออกตามมาอีกเยอะ แต่ผมว่าอันที่เคยเขียนถึง (Trust Mac) ฮาสุดแล้ว)
สำหรับฝั่ง Windows หลังโดนมานานก็ถึงช่วงเอาคืนทีแรกที่ออกมาให้คนทั้งโลกงงเต็ก กับโฆษณาชุดนี้ ซึ่งผมดูทีแรกก็ไม่เข้าใจ คิดว่าเพราะแปลไม่ค่อยออก แต่จริง ๆ แล้วทั้งโลกเค้าก็งงกันทั้งนั้น

แล้วเมื่อวาน Microsoft ก็ยิงแคมเปญ I’m a PC [Video 1] [Video 2] [Video 3] ซึ่งผมรู้สึกชอบมาก คิดว่าพอ ๆ กับตอนที่เห็น Get a Mac ครั้งแรกเลย เมื่อ Apple อาจจะสร้างระบบที่มีความปลอดภัยและเสถียรภาพสูง แต่ Apple ก็ปิดกั้นและต้องการควบคุมทุกอย่างในระบบในอยู่ในมือของตัวเอง (ตัวอย่างชัดเจนที่สุดอย่างเพลงใน iTunes หรือ App ใน iTunes App Store) Microsoft จึงเลือกจุดนี้มาโจมตีด้วยแคมเปญใหญ่ที่ชื่อว่า Life without Walls โดยแบ่งแพลตฟอร์มของตัวเองเป็น PC - Mobile - Live ซึ่งสามารถทำงานเชื่อมต่อร่วมกันเป็นอย่างดี แล้วส่งคนมากมายออกมาบอกว่า “ผมรู้คุณก็ใช้” (คุ้น ๆ เนอะ) และที่เด็ดกว่านั้่นคือเชิญชวนคนมาร่วมกันเป็น I’m a PC โดยการอัดวีดีโอแล้วส่งขึ้นเว็บไซต์ จากนั้นคุณอาจจะได้ปรากฎตัวอยู่บนจอวีดีโอใหญ่ยักษ์กลาง Time Square ซึ่งเป็นโฆษณาที่สร้างส่วนร่วมกับผู้คนได้เป็นอย่างดี ลองเล่นได้ที่นี่

ปล. ผมว่าขัดแย้งหน่อยที่ต้องดูด้วย silverlight (ไหนว่า Without Walls ฟะ)

แต่งได้ไง

คนที่สอนให้รู้จัก ว่ารักเป็นเหมือนรอยสัก เจ็บปวดแต่งดงาม
:: สมรสและภาระ ( อพาร์ตเม้น คุณป้า )
:: ความรักก็ทั้งงดงาม ทั้งเจ็บปวด เพิ่งเคยได้ยินว่าถูกเอาไปเปรียบกับรอยสัก ได้ฟีลเข้ากับดนตรีร็อคแอนด์โรลล์ดี รู้สึกประทับใจ

เราทิ้งโชคชะตาไว้ที่ตะวันออกเฉียงเหนือ
อยู่ในเมืองเราต้องชนเรามันคนพันธุ์เสือ
:: เสือร้องไห้ ( อพาร์ตเม้น คุณป้า )
:: เราคุ้นเคยกับเพลงที่บอกว่าทิ้งบ้าน ไปหาแสวงโชคที่กรุงเทพฯ แต่เพลงนี้กลับบอกว่า เราทิ้งโชคไว้ที่บ้านเกิดแล้ว เข้าเมืองต้องอดทนและพยายาม โดนใจ

ชั้นก็มีชีวิตนะคะมีสิทธิ์จะเสียใจ กินน้ำใต้ศอกมันดับกระหายแต่ช้ำใน
:: เป็นอะไร What am I? ( T-Hop (Zona))
:: ฟังแล้วก็คิดว่าเข้ากับเพลง Hip hop ดีครับ

เกิดอาการเธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ
แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง
เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ
และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน
:: เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ (เฉลียง เนื้อร้องโดย ประภาส ชลศรานนท์ )
:: เพลงนี้คุณประภาสแต่งด้วยความตั้งใจว่าจะลองแต่เพลงแบบเฉลียงดู หลังจากที่ไม่ได้แต่งมานาน ส่วนตัวที่คิดว่าผ่านมาตรฐานเฉลียงแบบฉลุย : ) แล้วใครได้อ่านหนังสือคุณประภาสคงรู้ว่าเพลงนี้มันเข้ากับเรื่องจักรวาลที่คุณประภาสชอบเล่าอยู่บ่อย ๆ ดีจัง

ฟ้ามืดจึงเห็นดาวสวย มีความเศร้าช่วยให้เข้าใจ
ชีวิตจึงต้องอดทนไว้ เพื่อให้ฝันไม่ตาย
:: เข้มแข็งไว้คนดี ( พราย ปฐมพร ปฐมพร )
:: ฟ้ามืดจึงเห็นดาวสวยครับ เหรียญมีสองด้านเสมอ ไม่มีอะไรไร้ค่า เหมือนพรายบอกไว้ “นาฬิกาตายยังบอกเวลาถูกสองครั้งในหนึ่งวัน”

ว่าจะเขียนเรื่องเนื้อเพลงที่คิดว่าแจ๋ว ๆ หลายทีแล้ว แต่ลืมประจำ บังเอิญได้ฟัง “สมรสและภาระ” เลยนึกขึ้นมาได้ ว่าแต่มีใครสนใจจะแชร์ไหมครับ

Apple Special Event Let’s Rock

 

Apple เปิดให้ดาวน์โหลด Keynote ของ Steve Jobs ในงาน Apple Special Event Let’s Rock แล้วครับ สำหรับคนที่ดู Streaming ไม่ได้ โหลดมาได้เลย ไฟล์เป็น MP4 

DOWNLOAD

ส่วนตัวงานสำหรับผมเฉย ๆ เพราะตัว iPod nano 2 GB (1st Gen) ยังใช้งานได้เป็นอย่างดีอยู่ (อ่านไทยได้ด้วย :wink: ) ความคิดเห็นสำหรับสินค้าในงาน

  1. iPod nano รุ่นใหม่ สวยดี สวยกว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา ที่สำคัญอ่านไทยได้แล้ว (ซึ่งส่วนตัวว่าเป็นสัญญาณของ iPhone ว่าใกล้เข้ามาจำหน่ายใ นไตัทยแวล้ว) ชอบสีเยิ้ม ๆ ลงมาใต้ iPod ในโฆษณามาก คิดได้ไง
  2. iPod Touch ไม่น่าสนใจ คิดว่าคนส่วนใหญ่ก็ว่า iPhone ดีกว่า Touch เลยเปลี่ยนวิธีพูดเป็นเครื่องเล่นเกมแทน (ซึ่งจริง ๆ iPhone มันก็เล่นเกมได้เน่อ) ผมว่าเครื่องนี้เลยกลายเป็นเป็ดที่ว่ายน้ำก็ไม่เก่ง บินก็ไม่ได้ (ส่วนผมมี NDS เป็นนก กับ nano 1st gen เป็นปลาอยู่แล้ว)
  3. iPod Classic การลดรุ่นลงเหลือรุ่นเดียว กำลังบอกเราว่า Flash กำลังจะแทนที่ HDD ในอีกไม่นาน (สำหรับ Mobile Device)
  4. Genius Bar ไม่สนใจ
  5. iTunes 8 ตัว Grid View ก็ดีครับ แต่ว่าน่าจะทำให้มันทำงานไเร็ด้วกว่านี้จะดีมาก
  6. แม้จะทำใจไว้แล้ว แต่ก็เศร้าใจว่าไม่มีเปิดตัว Macbook pro รุ่นใหม่ หวังว่าข่าวลือเรื่อง 14 ตุลาจะเป็นจริงเน่อ

 

ชนะ - เข้าใจ

ถ้าจะชูธงว่าจุดสุดยอดคือชนะ เป้ามันก็คือการชนะ
แต่ถ้าชูธงที่เป็นความเข้าใจ เราก็จะมุ่งสู่ความเข้าใจ

iannnnn

อ่านแล้วชอบ แต่ไม่ขอลิงค์ว่ามาจากหน้าเว็บไหน อย่างไรก็ดีมันโดนใจน่ะ

อ้อ อีกอย่าง Post ของคุณคนชายขอบ นี่คือความคิดเห็นที่ตรงใจที่สุดในนาทีนี้

ไวรัส

“เดี๋ยวนี้เครื่องโน้ตบุ๊คมันช้า ๆ แล้วล่ะ เห็นช่างเค้าว่ามีไวรัส พระก็ไม่กล้าซ่อมเอง กลัวฆ่าไวรัสแล้วเป็นบาป”

พระวินัยธรชาติ กิตติธโร
หนึ่งในพระทีมงาน ธรรมมะเดลิเวอรี่

Olympic London 2012 Logo

Olympic Emblem

เอาหน้าตาของโลโก้โอลิมปิกครั้งที่ผ่าน ๆ มามาให้ดู ผมค่อนข้างชอบโลโก้ของงานโอลิมปิกที่จีนค่อนข้างมาก คิดว่าข้อได้เปรียบอย่างนึงที่จีนเหนือกว่าหลาย ๆ ประเทศที่เคยจัดมาคือ ความเข้มแข็งของวัฒนธรรม จีนมีอารยธรรมที่ยาวนาน จนมีวัฒนธรรมที่มีความเฉพาะตัวสูงมาก หลาย ๆ อย่างเห็นปุ๊บรู้ทันทีว่าเป็นของจีน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่น อักษรจีน พู่กันจีน อาคารทรงจีน แม้แต่สีแบบจีน ๆ (แดงแจ๋) ดังนั้นพอจะทำอะไรซักอย่างจึงสามารถทำได้อย่างชัดเจน อย่างเช่นโลโก้ของงานโอลิมปิกครั้งนี้ที่ออกมาหน้าตาแบบนี้

เห็นครั้งแรกผมว่าคนคิดตอบโจทย์ได้ดีเหลือเกิน อาจจะด้วยว่ามีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมจีนพอสมควร พอมองปราดเดียวก็รู้เลยว่า นี่มันเป็นการเลียนแบบตราประทับลงชื่อของจีน แล้วเอาอักษรของคำว่าปักกิ่งมาบิดให้กลายเป็นคนในตราประทับอีกที แล้วเขียนอักษรด้วย Type Face แบบพู่กันจีน ทั้งหมดนี้ดูมีความหมายและหนักแน่นในส่วนของวัฒนธรรมจีนอย่างมาก น่าทึ่งเหลือเกิน

ด้วยความสงสัยเลยค้นโลโก้ของงาน London 2012 ที่จะจัดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้านี้ แล้วพบว่ามันมีหน้าตาอย่างนี้

ในทีแรกผมว่ามันอุบาทว์อย่างที่ใคร ๆ คิดนั่นล่ะครับ แถมมารู้อีกว่าไอ้โลโก้สีแปร๋นนี้มันราคา 25 ล้านบาท ก็แทบลมใส่ และคิดในใจว่า ใครมันโง่จ่าย (วะ)
แต่ความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อแวะไปในหน้าเว็บของผู้ออกแบบ คุณ Wolff Olins ผมเริ่มค่อย ๆ เข้าใจขึ้นมาทีละนิดในแต่ละคลิก (โอ้โห ฟังดูดราม่ามาก) และรู้สึกทึ่งไปกับความคิดของผู้สร้างขึ้นมาทีละน้อย

อย่างแรกที่สังเกตุได้คือ การออกแบบครั้งนี้ใช้สีฉูดฉาดกว่าปกติ แถมสีที่เลือกเป็นสี M100 กับ C 100 ซึ่งถือว่าเป็นสี เด็กแนว ในพ.ศ.นี้ เป็นสีที่นิยมใช้กันในเว็บไซต์ รวมถึงงานสิ่งพิมพ์ใหม่ ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งที่เลือกแบบนี้ผู้ออกแบบบอกว่า เพื่อดึงคนที่อายุไม่มากนักให้มาสนใจงานโอลิมปิกมากกว่าเน้นให้เป็นเทศกาลอันศักดิ์สิทธิ์

จากนั้นพอผมย้อนดูผลงานเก่า ๆ ของคุณ Wolff มาก ๆ เข้าก็เข้าใจว่า หลาย ๆ ครั้งงานออกแบบของเค้าไม่ได้เป็นแค่การออกแบบโลโก้ แต่เป็นการออกแบบ Brand แบบรอบด้าน อย่างเช่น นอกจาก โลโก้ Sony Ericsson จะถูกออกแบบขึ้นมาแล้ว มันยังถูกกำหนดแนวทางการใช้งาน และการวางตัวอักษร (ซึ่งรวมถึง type face ของ Font และ การวางตำแหน่งของอักษรอย่างคล้องจองกัน) และอื่น ๆ อีกมากมาย อีกด้วย

แล้วพอกลับมาดูเว็บหน้าที่พูดถึงการออกแบบโลโก้โอลิมปิกผมเลยเห็นอะไรบางอย่าง ดูจากภาพนี้ครับ

อย่างนึงที่น่าสนใจคือ โลโก้มันค่อนข้างจะเป็นลักษณะของ form ในแบบ Universal คือมันเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง โดยที่ยังอยู่ใน Theme ของงาน อย่างทำกำแพงเป็นลายเหลี่ยม ๆ สีสันฉูดฉาด ทำเสื้อ ถุงผ้า ทำนั่นทำนี่ มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่มันงานโอลิมปิกนี่ แถมในโลโก้ยังเปลี่ยนสีไปมา สีอะไรก็ได้ (หรือแม้กระทั่งข้างในเป็นรูปถ่าย) เพราะสิ่งที่เป็นแกนหลักของ Brand คือรูปทรงและโทนของสีสัน ไม่ใช่ตัวโลโก้แบบเป๊ะ ๆ

พอเห็นแบบนี้ผมรู้สึกทึ่งไปกับการออกแบบพอสมควร หากโจทย์คือการปรับมุมมองของโอลิมปิกให้กลายเป็นกีฬาสำหรับทุกคน ผมว่านี่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่ดี ต่อไปนี้อยู่ที่ฝีมือของทีมจัดงานแล้วว่าจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างสอดคล้อง ส่งเสริมกัน และกลายเป็นงานที่เชิดหน้าชูตาอังกฤษบนเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ เหมือนอย่างที่โอลิมปิก 2008 ได้เปิดตัวจีนอย่างสมศักดิ์ศรีในปีนี้

ตอนนี้กลายเป็นผมมาคอยภาวนาว่า คณะกรรมการอย่าได้ยอมฟังกระแสของคนคัดค้านจนยอมเปลี่ยนโลโก้นะครับ ผมอยากเห็นการใช้งานโลโก้นี้ในงานอีก 4 ปีข้างหน้าชะมัด อยากรู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แล้วถ้าถึงตอนนั้นผมยังเขียนบล็อก คงได้มา Post ว่าถูกใจหรือผิดหวังอย่างไร

ปล. มีใครดูออกไหมว่า โลโก้นี้มันเป็นรูปอะไร ผมใช้เวลาดูอยู่ 2 ชั่วโมง จนพบว่ามันคือเลข 2012

Export Keynote to Powerpoint Bug

งมอยู่นานกว่าจะเจอ หลังจากพยายาม Export ตัวไฟล์พรีเซ็นต์ของ Keynote 08 ออกมาเป็น Powerpoint แล้ว ไปเปิดกับ Powerpoint 2007 ปรากฎว่าเปิดแล้วนิ่ง ไม่มีเอกสารใด ๆ เปิดขึ้นมา แต่ตัว Powerpoint ก็ไม่แครชไป

ปรากฎว่าไปจอใน Forum Support ของ Apple ว่าปัญหาเป็นบั๊กของส่วนที่เป็น Notes คือให้ไปไล่ลบ Notes ที่อยู่ในไฟล์พรีเซ็นต์ทิ้งให้หมด พอเอามาเปิดก็ใช้งานได้แล้ว เป็น Bug ที่ไม่น่าให้อภัยเลย เพราะผมทำใหม่จนเสร็จไปแล้ว : (

If you have compatability problem when you try to export Keynote 08 Presentation files to Powerpoint and then powerpoint can not open it. Removing any and all notes from the presentation prior to exporting will solved the Problem : )

ขวดน้ำตาล

ขวดน้ำตาลที่ร้านอาหารเช้าแห่งหนึ่งใน สกลนคร

วันที่ 27 สิงหาคม

หลายคนคงได้รับเมล์นี้มา

วันที่ 27 สิงหาคม 2551 คือวันที่คนทั้งโลกตั้งตารอคอย….

เพราะดาวอังคารจะส่องแสงเจิดจรัสบนฟากฟ้าให้เห็นแบบช ัดเจนที่สุดตลอดเดือนสิงหาคม ด้วยรูปทรงขนาดใหญ่ประดุจดังพระจันทร์เต็มดวงซึ่งเรา สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะวันที่ 27 สิงหาคมซึ่งทุกอย่างจะชัดเจนสมบูรณ์ที่สุดเพราะวันนั ้นดาวอังคารจะอยู่ห่างจากโลก แค่ 34.65 ล้านไมล์

อย่าพลาดนะ…คืนวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง เราจะเห็นดวงจันทร์สองดวงบน

ท้องนภา (โรแมนติคมั่กมั่ก) ปรากฎการณ์เช่นนี้จะมีให้เห็นอีกครั้งในปี คศ. 2287 (หรือพุทธศักราช 2830)

ร่วมแบ่งปันเมล์นี้ให้เพื่อน (และคนที่คุณรัก / หรือแอบรัก) ด้วยนะครับ เพราะนี่คือโอกาสเดียวในชีวิต (ยกเว้นแต่คุณเป็นมนุษย์อมตะซึ่งสามารถมีชีวิตได้อีก 280 ปี)

บังเอิญในช่วง 3-4 วันนี้ผมได้รับเมล์นี้มา 3 ฉบับเห็นจะได้ และแต่ละฉบับจะผ่านมา Fwd มาไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แต่เพราะทราบว่าเรื่องนี้แหกตา (คิดกันง่าย ๆ เป็นไปได้ยังไงดาวอังคารจะใหญ่เท่าพระจันทร์ ห่างกันตั้งหลายล้านกิโล ) เรื่องทำนองเคยเขียนแล้ว เรื่องจริงของโค้ก

เอ้ามารับข้อมูลกันอีกซักทางที่ Will the Mars look as big as the moon on august 27? Nope!

จากหน้าภาษาฝรั่งยาวเฟื้อย แปลเป็นไทยสรุปได้ประมาณว่า

  1. จริง ๆ แล้วเมล์นี้เกิดมาตั้งแต่ปี 2003 แล้วและไม่ได้ระบุปีว่าเป็นปีไหน  (แต่ในเมล์ไทยมีระบุว่าปี 2551) พอคนไทยแปลไปแปลมากลายเป็น 2551 ได้ไงไม่รู้
  2. ดาวอังคารเข้าใกล้โลกมากในปี 2003 จริง ซึ่งเป็นการเข้าใกล้มากที่สุดในรอบ 50000 ปี แต่ก็เป็นระยะที่ไม่มากนัก คือเป็นระยะทาง 55,758,006 กิโลเมตร เทียบกับดวงจันทร์ที่มีระยะ 385,000 กิโลเมตร (ต่างกันราว 144 เท่า) แล้วมันจะใหญ่เท่ากันได้ไง

และขอเพิ่มความหนักแน่นด้วยลิงค์อธิบายจาก NASA